หยุดได้แล้ว! หากคุณมีความเชื่อเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถแบบนี้ - Aprtech

หยุดได้แล้ว!! หากคุณยังมีความเชื่อเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถผิดๆ แบบนี้

Last updated: 2020-12-24  |  470 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์สำคัญของรถยนต์ ที่ทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะ เครื่องยนต์ ระบบไฟ หรือมอเตอร์สตาร์ท ซึ่งเมื่อไหร่ที่ไฟในแบตเตอรี่หมด ก็จะทำให้รถยนต์เกิดอาการติดขัดไปจนถึงสตาร์ทไม่ติด สำหรับใครที่เป็นคนรักรถ คงจะทราบกันดีว่าแบตเตอรี่เป็นส่วนสำคัญ ส่วนหนึ่งที่เราจะต้องดูแลเป็นพิเศษ

แต่คุณมั่นใจมากแค่ไหนว่าสิ่งที่คุณเชื่อเกี่ยวกับการรักษาแบตเตอรี่รถยนต์นั้นถูกต้องจริงๆ เพราะยังมีคนอยู่จำนวนไม่น้อยเลยที่หลงเชื่อความรู้ผิดๆ ที่บอกต่อกันมา ทำให้สิ่งที่เราคิดว่า “ดี” กลับกลายเป็น “พิษร้าย” ทำลายแบตเตอรี่เสียเอง

วันนี้ APRTECH จะมาขอเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับการรักษาแบตเตอรี่ให้คุณได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เป็น Checklist เกร็ดความรู้ว่า สิ่งที่หลายคนเชื่อ จริงๆแล้วนั้นเป็นเรื่องจริงหรือหลอก

 

 

5 ความเชื่อเกี่ยวกับแบตเตอรี่ เรื่องนี้จริงหรือหลอกกันแน่!?

 

ความเชื่อที่ 1: การสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ เป็นการช่วยรักษาสภาพแบตเตอรี่

ความจริง: สำหรับผู้ขับขี่คนไหนที่ไม่ได้ใช้รถบ่อยๆ หรือต้องจอดรถทิ้งไว้นานคงจะเคยเจอกับปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมเพราะแบตเตอรี่ไม่สามารถกักเก็บไฟได้เต็มที่ จนคุณต้องสตาร์ทรถทิ้งไว้หรือเอารถไปวนขับเพื่อให้ประจุไฟแบตเตอรี่มีการชาร์จ ซึ่งในความจริงแล้วการสตาร์ทรถเป็นระยะเวลาสั้นๆ หากรอบเครื่องราว 700-900 รอบต่อนาที กระแสไฟฟ้าจะเพียงพอสำหรับการหล่อเลี้ยงระบบต่างๆ ในรถยนต์เท่านั้น แต่จะส่งไปไม่ถึงแบตเตอรี่ 

เพื่อแก้ปัญหากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจากการจอดรถเป็นเวลานาน คุณต้องใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะที่มีคุณภาพ ก็จะเป็นการช่วยยืดอายุแบตเตอรี่รถยนต์ได้

 

ความเชื่อที่ 2: หากจอดรถทิ้งไว้นาน ควรนำรถไปวนขับจะเป็นการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่

ความจริง: การนำรถไปวนขับเมื่อจอดทิ้งไว้เป็นเวลานาน เพื่อรักษาสภาพของแบตเตอรี่นั้นเป็นความเชื่อที่ถูกต้อง แต่คุณต้องคำนึงถึงระยะทาง และรอบเครื่องต่อนาทีด้วย หากคุณนำรถวนขับเพียงระยะทางสั้นๆ เช่นการวนขับในหมู่บ้าน กระแสไฟจากไดชาร์ท จะมีไม่มากพอในการส่งไปเก็บในแบตเตอรี่

โดยข้อมูลจาก VEGQ.com ระบุว่าถ้าหากคุณต้องการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ ด้วยวิธีการขับรถ รอบของเครื่องยนต์ต้องอยู่ที่ประมาณ 1,000 รอบต่อนาที และขับขี่เป็นเวลานานอย่างน้อย 30 นาทีเพื่อทำให้กระแสไฟมีสำรองมากพอแม้เครื่องยนต์จะดับอยู่ ทั้งนี้ระยะเวลาการชาร์จไฟขึ้นอยู่กับสภาพของแบตเตอรี่ แต่ถ้าหากต้องการให้มีกระแสไฟชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มประจุไฟ คุณต้องขับรถเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

ความเชื่อที่ 3: แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานเพียง 1-3 ปี

ความจริง: อายุการใช้งานของแบตเตอรี่แต่ละลูกจะมีความแตกต่างกัน ยิ่งคุณใช้แบตเตอรี่ที่มีคุณภาพดี ราคาสูง การเสื่อมสภาพก็จะมีน้อยกว่าแบตเตอรี่ราคาถูก แต่หลายคนมีความสงสัยว่าซื้อแบตเตอรี่ลูกเดียวกันมากับเพื่อน แต่ทำไมของเราไม่ถึง 1 ปีก็เสื่อมแล้ว นั้นเพราะมีการใช้งานและการดูแลรักษาแบตเตอรี่ที่แตกต่างกัน ซึ่งสาเหตุที่แบตเตอรี่มีอาการเสื่อมสภาพเร็วมีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัย เช่น 

  • การจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานานทำให้แบตเตอเตอรี่คายประจุไฟเป็นจำนวนมาก 
  • ขาดการตรวจเช็คสภาพแบตเตอรี่ จนเกิดปัญหาสะสม

หากอยากให้แบตเตอรี่ของคุณมีอายุการใช้งานที่นานและไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อย ๆ ผู้ขับขี่ควรจะตรวจเช็คสภาพแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ หรือทางที่ดีควรรักษาแบตเตอรี่ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติ เพื่อทำให้แบตเตอรี่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา

 

ความเชื่อที่ 4 : การใช้จั๊มพ์สตาร์ทช่วยยืดอายุแบตเตอรี่

ความจริง: หลาย ๆ คนเมื่อจอดรถทิ้งไว้นานจนสตาร์ทรถไม่ติด หรือแบตเตอรี่ใกล้หมด มักคิดว่าการใช้จั๊มสตาร์ทจะสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการใช้จั๊มสตาร์ท คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะการจั๊มพ์สตาร์ทจะมีการใช้งานตามชื่อของมัน นั้นหมายถึงการ “จั๊มพ์” กระแสไฟเพื่อให้รถ “สตาร์ท” ติดเท่านั้น 

แต่ประจุไฟในแบตเตอรี่จะยังคงอยู่เท่าเดิม ซึ่งแบตเตอรี่จะเริ่มชาร์จอีกครั้งเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแบตเตอรี่ หากแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพมีค่า CCA ต่ำมากก็ไม่สามารถทำให้เครื่องกลับมาสตาร์ทใหม่ได้ การใช้จั๊มสตาร์ทจึงเหมาะกับการใช้งานในยามฉุกเฉินมากกว่า  

ดังนั้นการจั๊มสตาร์ทจึงไม่ได้ช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ซึ่งการใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ จะเป็นการดูแลและปกป้องแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

 

ความเชื่อที่ 5: แบตเตอรี่ที่ตายแล้ว สามารถฟื้นคืนสภาพได้

ความจริง: แบตเตอรี่ที่ตาย หรือเสื่อมสภาพไปแล้วไม่มีวิธีไหนสามารถทำให้แบตเตอรี่กลับมาทำงานเหมือนเดิมได้ แม้แต่การใช้เครื่องชาร์จตอนที่แบตเตอรี่เสื่อมแล้ว เพราะแบตเตอรี่ได้คายปะจุ และเสื่อมสภาพไม่สามารถสำรองกระแสไฟฟ้าได้แล้ว ถึงจะใช้การจั๊มสตาร์ท ทำให้แบตเตอรี่กลับมาสตาร์ทติดได้ แต่ก็ได้แค่ในระยะเวลาสั้นๆ สุดท้ายคุณก็ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่อยู่ดี

สิ่งที่คุณสามารถทำได้ คือการรักษาสภาพแบตเตอรี่ให้มีสภาพที่เต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ด้วยการชาร์จแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการเลี้ยงกระแสไฟในแบตเตอรี่ให้เต็มอยู่ตลอดเวลา ป้องกันแบตเตอรี่เสื่อม ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น

 

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ผู้ขับขี่คนไหนไม่อยากเสียเวลามาสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้หรือต้องหาเวลามาขับรถวน หรือเสียเงินเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยๆ ก็ต้องชาร์จแบตเตอรี่รถอยู่ประจำ หรืออย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์อัจฉริยะ CTEK ช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมอีกต่อไป