Porsche Cayman (ปอร์เช่ 718) เจาะลึก ทุกรุ่นย่อย

Last updated: 30 ม.ค. 2569  |  78 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Porsche Cayman
Porsche Cayman หรือ ปอร์เช่ 718 รถสปอร์ตทรงคูเป้ สมรรถนะสูง เป็นเอกลักษณ์ด้วยการวางเครื่องยนต์กลางลำ (Mid-engine) ทำให้เป็นที่หลงใหลของนักขับทั่วโลกมาอย่างยาวนาน การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีด้วยอุปกรณ์ระดับมาตรฐานโลกอย่างที่ชาร์จแบตรถยนต์ CTEK จึงเป็นสิ่งที่คนรัก Porsche ขาดไม่ได้ เพื่อให้ทุกการเริ่มต้นเดินทางเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

บทความนี้เราจะย้อนรอยไปดูกันว่า Porsche 718 Cayman มีกี่รุ่น และแต่ละยุคสมัยมีการพัฒนาอย่างไรบ้าง


รู้จัก Porsche Cayman เอกลักษณ์ และต้นกำเนิด

Porsche Cayman (รุ่นแรก) เปิดตัวในปี 2005 เพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Boxster และ 911 โดยวางตำแหน่งเป็นสปอร์ตคูเป้ 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์วางกลาง (Mid-Engine) ที่เน้นความสมดุลสูงสุด ทำให้รถนิ่ง ควบคุมง่าย และเข้าโค้งแม่นยำ

ด้วยความที่เป็นรถเครื่องยนต์วางกลาง ทำให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระถึง 2 จุด คือ ด้านหน้า ความจุ 150 ลิตร ซึ่งลึกพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาด Cabin Size และ ด้านหลังความจุ 275 ลิตร ที่สามารถวางถุงกอล์ฟหรือของใช้ประจำวันได้สบาย ๆ ถือว่าเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ Cayman เป็นรถสปอร์ตเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถขับไปซูเปอร์มาร์เก็ตหรือออกทริปต่างจังหวัดได้จริง

อีกทั้งภายในรถ ยังให้บรรยากาศแบบ Cockpit ที่โอบล้อมผู้ขับขี่ ตำแหน่งเบาะนั่งถูกวางไว้ต่ำเพื่อให้ใกล้ชิดกับพื้นถนนมากที่สุด ช่วยให้รับรู้ถึงอาการของรถได้อย่างแม่นยำ คอนโซลกลางออกแบบลาดเอียงแบบ Rising Console ช่วยให้ระยะห่างระหว่างพวงมาลัยและคันเกียร์สั้นลง ผู้ขับขี่จึงเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยนาน

จุดเด่นนี้แตกต่างจากรุ่นพี่อย่าง Porsche 911 ที่ใช้เครื่องยนต์วางท้าย (Rear-Engine) ซึ่งเน้นการถ่ายแรงลงล้อหลังให้พุ่งทะยานและมีบุคลิกดุดัน แต่ต้องอาศัยทักษะการขับขี่สูงกว่า Cayman จึงถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก คล่องตัว และเข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับทุกคน

Porsche Cayman มีกี่รุ่น และวิวัฒนาการของ Porsche Cayman แต่ละยุค

Porsche Cayman มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ยุคสมัยและความต้องการของนักขับทั่วโลก จากรหัสตัวถังแรก 987 ที่เน้นความดิบ สู่ความโฉบเฉี่ยวในรหัส 981 และก้าวสู่เทคโนโลยีเทอร์โบในรหัส 718 การเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสะท้อนถึงการออกแบบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

Gen 1: Cayman 987 (2005-2012)

Porsche Cayman 987 (ปี 2005-2012) ปฐมบทของการกำเนิดรถสปอร์ตคูเป้เครื่องยนต์วางกลางของ Porsche ที่พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น Boxster โดยการเติมหลังคาแข็งเข้าไป ซึ่งไม่ได้แค่ช่วยเรื่องความสวยงาม แต่ยังทำให้ตัวถังมีความแข็งแกร่งและบิดตัวน้อยลง ส่งผลให้การขับขี่เฉียบคมยิ่งขึ้น

จุดเด่นของรุ่นนี้คือความเป็น "Mechanical Feel" หรือความรู้สึกดิบ ๆ แบบรถสปอร์ตยุคเก่าที่ใช้พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก ทำให้ผู้ขับสัมผัสพื้นถนนได้ชัดเจน ผสานกับเครื่องยนต์ 6 สูบนอนที่ให้เสียงไพเราะเสนาะหู ถือเป็นรุ่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้โลกรู้ว่า Cayman ไม่ใช่แค่รุ่นน้องของ 911 แต่เป็นรถที่มีบุคลิกเฉพาะตัว

Gen 2: Cayman 981 (2013-2016)

Porsche Cayman 981 สีขาว

Porsche Cayman 981 (ปี 2013-2016) ก้าวกระโดดครั้งสำคัญทั้งเรื่องดีไซน์และสมรรถนะ รุ่นนี้ได้รับการออกแบบใหม่หมดจด ตัวรถมีมิติที่กว้างขึ้น ฐานล้อยาวขึ้น แต่กลับมีน้ำหนักเบาลงด้วยเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ รูปทรงภายนอกเปลี่ยนจากความโค้งมนมาเป็นเส้นสายที่ดูคมเข้มและดุดันทันสมัย ภายในห้องโดยสารยกระดับความหรูหราแบบรุ่นพี่อย่าง Porsche Panamera มาใช้

สิ่งที่ทำให้รุ่น 981 กลายเป็นตำนานที่นักสะสมตามหากันมากที่สุด คือการเป็นยุคสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบนอน N/A ในรุ่นปกติ ซึ่งมอบอัตราเร่งที่นุ่มนวลต่อเนื่องและเสียงคำรามที่เร้าใจแบบที่หาไม่ได้ในรถยุคใหม่

Gen 3: Cayman 718 (2017-ปัจจุบัน)

ล้อรถสปอร์ต Porsche Cayman สีเหลือง

Porsche Cayman 718 (ปี 2017-ปัจจุบัน) การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยนำรหัสตำนาน "718" กลับมาใช้พร้อมกับเปลี่ยนหัวใจใหม่เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบ (ยกเว้นรุ่น GTS 4.0 และ GT4 RS ที่ยังใช้ 6 สูบ N/A) เพื่อตอบโจทย์เรื่องมลพิษและความประหยัด

พละกำลังแรงบิดมหาศาลที่มีให้ตั้งแต่รอบต่ำ ทำให้รถพุ่งออกตัวได้รวดเร็วกว่าเดิมมาก ช่วงล่างและระบบพวงมาลัยถูกปรับจูนให้แม่นยำ พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่และระบบเชื่อมต่อสมัยใหม่ ทำให้ 718 เป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุก ดุดัน แต่ยังคงความสะดวกสบายในการใช้งานทุกวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ดังนั้น หากจะนับว่า Porsche Cayman มีกี่รุ่น หลัก ๆ แล้วจะแบ่งได้เป็น 3 เจนเนอเรชันใหญ่ ๆ คือ 987, 981 และ 718

เจาะลึก Porsche 718 Cayman รุ่นปัจจุบัน และรุ่นย่อยที่น่าสนใจ

ปัจจุบัน Porsche 718 Cayman มีทางเลือกหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่รถสปอร์ตที่ขับสนุกใช้งานได้ทุกวัน ไปจนถึงรุ่นสมรรถนะสูงสำหรับนักขับที่จริงจัง ดังนี้

  • 718 Cayman (รุ่นพื้นฐาน)

    รุ่นเริ่มต้นของตระกูล มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 300 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 5.1 วินาที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสัมผัสสมรรถนะและฟีลลิ่งการขับขี่แบบ Porsche ในราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุด
  • 718 Cayman Style Edition

    รุ่นพิเศษที่เพิ่มความโดดเด่นจากรุ่นพื้นฐาน ด้วยชุดแต่งดีไซน์เฉพาะตัว ล้อแม็กขอบ 20 นิ้ว และการตกแต่งภายในที่หรูหรายิ่งขึ้น เหมาะกับผู้ที่เน้นเรื่องรูปลักษณ์ ความสวยงาม และต้องการสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
  • 718 Cayman S

    อัปเกรดจากรุ่นพื้นฐานด้วยเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร Turbocharged Flat-Four ให้กำลังสูงสุด 350 แรงม้า ช่วยให้รถพุ่งทะยานและตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการความแรงและความเร้าใจในการขับขี่ที่มากกว่ารุ่นมาตรฐาน
  • 718 Cayman GTS 4.0

    รุ่นที่หลายคนโหยหา! กับการกลับมาของเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ขนาด 4.0 ลิตร แบบ N/A ให้กำลัง 400 แรงม้า มอบเสียงเครื่องยนต์ที่ดุดันและการตอบสนองคันเร่งอย่างแม่นยำ เน้นความสมดุลระหว่างการใช้งานในชีวิตประจำวันและอารมณ์สปอร์ตแบบดั้งเดิม
  • 718 Cayman GT4 RS

    รุ่นท็อปสูงสุด และแรงที่สุดของรุ่น ด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ขนาด 4.0 ลิตร แบบ N/A จาก 911 GT3 ให้กำลังมหาศาลถึง 500 แรงม้า โครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาด้วยการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มาพร้อมชุดแต่ง Aerodynamics เต็มระบบ เพื่อรองรับการขับขี่ในสนาม เหมาะสำหรับ Hardcore User ที่ต้องการขีดสุดของสมรรถนะและเทคโนโลยีจากสนามแข่ง

Porsche 718 Cayman ราคาเท่าไหร่?

Cayman 718 ถือว่าเป็นรุ่นยอดนิยมที่สุดของ Porsche ราคาจึงเป็นปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่ง Porsche 718 Cayman ราคาปัจจุบันในไทยมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและออปชัน โดยแบ่งช่วงราคาคร่าว ๆ ได้ดังนี้

Porsche 718 Cayman ราคารถใหม่จากโชว์รูม

  • 718 Cayman: 6,190,000 บาท
  • 718 Cayman Style Edition: 6,790,000 บาท
  • 718 Cayman GTS 4.0: 9,790,000 บาท
  • 718 Cayman GT4 RS: 16,990,000 บาท

Porsche 718 Cayman ราคามือสองในตลาด

  • 718 Cayman: 3.5 - 4.2 ล้านบาท
  • 718 Cayman Style Edition: 6.9 - 7.1 ล้านบาท
  • 718 Cayman GTS 4.0: 8 - 10 ล้านบาท
  • 718 Cayman GT4 RS: 13.6 - 15.9 ล้านบาท

*หมายเหตุ: ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง สอบถามราคากับตัวแทนจำหน่ายอีกครั้ง

Porsche Cayman กับการก้าวสู่ยุค EV 100%

อุตสาหกรรมยานยนต์ Porsche ได้ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการมุ่งสู่ยุคพลังงานสะอาด โดยเตรียมยุติการผลิต Porsche Cayman รุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน และแทนที่ด้วยเวอร์ชันไฟฟ้า 100% (Electric Cayman) ในอนาคตอันใกล้ โดย Porsche ยืนยันว่าแม้จะเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน แต่ยังคงรักษา DNA ความเป็นสปอร์ต ทั้งความเฉียบคมในการควบคุมและสมรรถนะที่เร้าใจไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสานต่อตำนานความสำเร็จในรูปแบบ Zero-Emission

มี Porsche Cayman ต้องมีเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK

เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK รุ่น CS ONE เพื่อเจ้าของรถปอร์เช่ 718

Porsche 718 Cayman เป็นรถที่เต็มไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ โดยปกติระบบจะมีการดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ไปหล่อเลี้ยงเซนเซอร์ต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาแม้ในขณะจอดดับเครื่องยนต์ ทำให้การจอดทิ้งไว้นานอาจส่งผลให้แบตเตอรี่อ่อนไวกว่ารถทั่วไป

เพื่อยืดอายุการใช้งานและดูแลระบบไฟให้เสถียรอยู่เสมอ ควรชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องชาร์จ CTEK ในช่วงที่ไม่ได้ขับ จะช่วยถนอมแบตเตอรี่และป้องกันระบบรวนจากไฟตก ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่กดปุ่มสตาร์ท รถจะพร้อมตอบสนองได้อย่างเต็มสมรรถนะ

อีกทั้ง CTEK ยังได้รับความไว้วางใจผลิตเครื่องชาร์จแบตฯ ให้กับรถยนต์ชั้นนำมากที่สุดในโลก เช่น Mercedes-Benz, Porsche, Rolls-Royce, Lamborghini, Ferrari, McLaren, Bentley, Maserati, BMW, Mini, Audi, Jaguar, Lexus, Koenigsegg, Chrysler, Jeep และอื่น ๆ อีกมากมาย

โดย CTEK รุ่นแนะนำ สำหรับเจ้าของรถ Porsche Cayman คือ

เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ CTEK CS ONE (Gen 2) WiFi เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์รุ่นใหม่ ที่ "ฉลาดและใช้งานง่ายที่สุด" เป็นรุ่นที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ล่าสุดจากรุ่น Gen 1 ที่มีแค่ Bluetooth อย่างเดียว ให้สามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ได้ เพื่อเช็กสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ผ่านแอป CTEK ได้ "ทุกที่ทุกเวลา" แม้ไม่ได้อยู่ใกล้รถ

มาพร้อมเทคโนโลยี APTO (Adaptive Charging) ระบบอัจฉริยะที่คิดแทนเราทั้งหมด ไม่ต้องเลือกประเภทแบตเตอรี่ ไม่ต้องกดปุ่ม เครื่องจะวิเคราะห์และจ่ายไฟที่เหมาะสมที่สุดให้เอง

  • ง่ายจนไม่ต้องกังวล: ไม่ต้องกลัวคีบผิดขั้ว เพราะหัวแคลมป์ไม่มีขั้วบวก/ลบ (ไม่มีสีแดง/ดำแยก) คีบขั้วไหนก็ได้ ระบบจะจัดการขั้วให้เองอัตโนมัติ ไม่ต้องกลัวช็อตหรือพัง
  • ฟีเจอร์ล้ำสมัย: เชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน ดูประวัติการชาร์จแบบเรียลไทม์ได้ ตั้งค่าแจ้งเตือน สถานะการชาร์จผ่านมือถือ และปลดล็อกโหมดพิเศษ เช่น
    • RECOND: ฟื้นฟูสภาพแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด
    • WAKE UP: ปลุกแบตเตอรี่ลิเธียมที่หลับ (BMS ตัด) หรือแบตเตอรี่ที่ไฟหมดเกลี้ยง
    • SUPPLY: จ่ายไฟเลี้ยงรถขณะเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือใช้ขณะโชว์รถ
    • ADVANCED SETTINGS: ดูค่าโวลต์และแอมป์แบบละเอียด
  • ปลอดภัยสูงสุด: มีระบบป้องกันประกายไฟ และสามารถเสียบชาร์จทิ้งไว้ได้ยาวนาน (Connect & Forget)

สินค้ารับประกัน 5 ปี ชาร์จได้ทั้งแบตเตอรี่รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ (รองรับแบตฯ ประเภท ตะกั่ว-กรด และลิเธียม) ให้ CTEK เป็นผู้ช่วยดูแลรถคันโปรดของคุณ สั่งซื้อ CTEK เลยวันนี้!

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้