รถยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี เจาะลึก 10 แบรนด์ ยอดนิยม

Last updated: 29 ก.ค. 2569  |  17 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รถไฟฟ้า และสถานีชาร์จ

สรุปย่อ เลือกรถ EV ยี่ห้อไหนดีให้เหมาะกับคุณ

  • เน้นศูนย์บริการครอบคลุม ยอดขายสูงสุด: เลือก BYD หรือ MG
  • เน้นสมรรถนะ ซอฟต์แวร์เสถียร เครือข่ายชาร์จเฉพาะตัว: เลือก TESLA
  • เน้นห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย คุ้มค่า: เลือก GAC AION
  • เน้นงานดีไซน์สปอร์ต พรีเมียม โดดเด่น: เลือก DEEPAL, JAECOO หรือ ZEEKR
  • เน้นใช้งานในเมือง ดีไซน์มีเอกลักษณ์: เลือก CHERY หรือ GWM ORA

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าสักคันมาใช้ นอกจากเรื่องดีไซน์หรือสีที่ถูกใจแล้ว แต่ยังกังวลว่า ซื้อไปแล้วจะตกรุ่นไวไหม? หรือราคาขายต่อจะดิ่งเหวหรือเปล่า? APRTECH จะพาไปดูว่า รถยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ที่มียอดขายสูงสุดในปีนี้

เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถ CTEK MXS 5.0

ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อัปเดตล่าสุด!

ข้อมูลจาก ttb analytics คาดปี 2569 คาดการณ์ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ป้ายแดงในไทยจะพุ่งแตะ 1.53 แสนคัน (เติบโต 28.5%) ครองส่วนแบ่งถึง 25.1% ของตลาดรถยนต์ป้ายแดงทั้งหมด โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจาก

  • ความคุ้มค่าด้านต้นทุนการขับขี่: รถ BEV คุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้ใช้งานระยะยาว (การใช้งาน 30,000 กม./ปี มีต้นทุนค่าชาร์จไฟเฉลี่ยเพียงประมาณ 5 บาท/กม. ซึ่งต่ำกว่าระบบ HEV และเครื่องยนต์สันดาป ICE อย่างมีนัยสำคัญ)
  • มาตรการสนับสนุนภาครัฐ: มาตรการผลิตชดเชย EV 3.5 ที่ช่วยดึงดูดผู้ผลิตให้ตั้งฐานการประกอบในประเทศ

แต่ก็ยังมีข้อควรระวังเรื่องสถานีชาร์จสาธารณะที่ยังคงเติบโตไม่ทันปริมาณรถ โดยมีสัดส่วนสะสมสูงถึง 23 คันต่อ 1 หัวชาร์จ (เกินเกณฑ์มาตรฐาน IEA ที่แนะนำไว้ที่ 1015 คันต่อ 1 หัวชาร์จ) และจุดชาร์จส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่าครึ่ง การมีเครื่องชาร์จหรือระบบชาร์จที่บ้านจึงยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ใช้ EV



ตารางเปรียบเทียบ 10 แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำในไทย

อันดับ / แบรนด์ยอดจดทะเบียน (Q1)รุ่นเด่นประจำปีจุดเด่นหลักข้อพิจารณาสำคัญ
1. BYD12,492 คันDolphin, Atto 3, Sealion 7, Sealสมรรถนะดี ออพชั่น คุ้มค่า ศูนย์บริการครอบคลุมที่สุดนโยบายปรับลดราคาในอดีตส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านเสถียรภาพราคา
2. JAECOO10,240 คันJAECOO 5 EV, JAECOO 6ดีไซน์พรีเมียมสไตล์ยุโรป, ออฟชั่นออฟโรดอัจฉริยะคุ้มราคาแบรนด์ใหม่ ต้องพิสูจน์ความทนทานและบริการหลังการขายระยะยาว
3. GAC AION6,887 คันAion UT, Aion Y Plus, Hyptec HTห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายที่สุด, ประกันแบตเตอรี่ระยะยาวดีไซน์ภายนอกเฉพาะกลุ่ม, การรับรู้แบรนด์ในกลุ่มผู้ซื้อรายย่อยยังเป็นรอง
4. MG6,876 คันMG4 EV, MG S5, MG Maxus 7/9แพลตฟอร์มขับสนุก เกาะถนนดีเยี่ยม, ศูนย์บริการครอบคลุมอัตราประหยัดพลังงานเป็นรองคู่แข่ง, ซอฟต์แวร์หน้าจอบางรุ่นมีอาการหน่วง
5. DEEPAL3,806 คันDeepal S05, Deepal S07ดีไซน์สปอร์ตล้ำอนาคตโดนใจคนรุ่นใหม่, ซอฟต์แวร์ลื่นไหลเครือข่ายศูนย์บริการตามหัวเมืองรองยังอยู่ในช่วงเร่งขยายตัว
6. CHERY2,141 คันCHERY V23ดีไซน์ทรง Retro-Boxy มีเอกลักษณ์, คล่องตัวสูงสำหรับขับในเมืองพื้นที่เก็บสัมภาระจำกัด, เครือข่ายบริการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
7. TESLA2,086 คันModel 3, Model Yระบบจัดการพลังงานยอดเยี่ยม, เครือข่าย Supercharger เสถียรสูงไม่มีดีลเลอร์ต่างจังหวัด, บริการหลังการขายเน้นผ่านแอปพลิเคชัน
8. GEELY1,987 คันGEELY EX2, GEELY EX5มาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัยสูง (แชร์เทคโนโลยีร่วมกับ Volvo)การรับรู้แบรนด์ในวงกว้างยังน้อย, ต้องเร่งขยายศูนย์บริการ
9. GWM1,907 คันGWM ORA Good Catดีไซน์ Retro Futuristic โดนใจคนเมือง, ระบบ ADAS จัดเต็มอัตราการชาร์จ DC Fast Charge จำกัดกว่ารุ่นใหม่, ราคาอะไหล่เฉพาะทางสูง
10. ZEEKR1,379 คันZEEKR 7X, ZEEKR 009งานประกอบหรูหราระดับพรีเมียม, ช่วงล่างนุ่มนวล, สมรรถนะสูงมากระดับราคาสูง (Niche Market), ค่าบำรุงรักษาและเบี้ยประกันรายปีสูง


รถยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี? เจาะลึก 10 แบรนด์ยอดนิยมในไทย

อยากรู้ว่ารถ EV ยี่ห้อไหนดี ลองดู 10 แบรนด์นี้ โดยเรียงลำดับตามข้อมูลสถิติจดทะเบียนสะสมรายรุ่นที่สูงสุดใน Q1 2026 โดย Autolife Thailand


1. BYD

ยังคงเป็นแบรนด์ผู้นำ (Volume Leader) หลักในตลาดไทย โดยในไตรมาสแรกนี้ทำยอดจดทะเบียนจาก 4 รุ่นหลัก รวมกันได้สูงถึง 12,492 คัน (Dolphin 6,050 คัน + Atto3 4,382 คัน + Sealion7 1,259 คัน + Seal 722 คัน + M6/E6 429 คัน)

ข้อดี: เครือข่ายดีลเลอร์ โรงงานประกอบในประเทศ และศูนย์บริการครอบคลุมที่สุด, เทคโนโลยี Blade Battery ได้รับความไว้วางใจด้านความปลอดภัย หาอะไหล่ง่าย

ข้อเสีย: ภาพลักษณ์แบรนด์ได้รับผลกระทบจากมาตรการปรับลดราคาในอดีตมากที่สุด (ส่งผลต่อความรู้สึกของลูกค้าเก่า)


2. JAECOO

แบรนด์ในเครือ Chery Group ที่สร้างปรากฏการณ์เติบโตเร็วที่สุดแห่งปี โดยส่งมอบรถ 2 รุ่นหลัก ได้รวม 10,240 คัน นำโดยรุ่น JAECOO 5 EV ยอดจดทะเบียน 8,694 คัน และ JAECOO 6 อีก 1,546 คัน

ข้อดี: งานดีไซน์ภายนอกและภายในหรูหราพรีเมียมสไตล์ยุโรป ชูภาพลักษณ์ออฟโรดอัจฉริยะในราคาจับต้องได้ ออปชันและเทคโนโลยีความปลอดภัยให้มาครบครัน

ข้อเสีย: เป็นแบรนด์ใหม่แกะกล่องในไทย ต้องใช้เวลาพิสูจน์ความทนทานของตัวรถระยะยาวและเสถียรภาพของการบริการหลังการขาย


3. GAC AION

ยอดจดทะเบียนในไตรมาสนี้จาก 5 รุ่นหลักรวม 6,887 คัน (Aion UT 2,431 คัน + Aion Y Plus 1,817 คัน + Aion V 1,653 คัน + Hyptec HT 580 คัน + Aion ES 406 คัน)

ข้อดี: พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายที่สุดในระดับราคาเดียวกัน (โดยเฉพาะทรง MPV/Boxy ในรุ่น Y Plus) ให้เงื่อนไขรับประกันแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนระยะยาวที่ดีเยี่ยม

ข้อเสีย: งานดีไซน์ภายนอกค่อนข้างเฉพาะกลุ่มไม่แมสเท่าคู่แข่ง การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในกลุ่มผู้ซื้อรายย่อยทั่วไปยังเป็นรอง 3 ค่ายแรก


4. MG

ค่ายรถยนต์ที่มีฐานลูกค้าหนาแน่น ในไตรมาสนี้ กวาดยอดจดทะเบียนจาก 4 รุ่นหลักรวม 6,876 คัน (MG4 3,680 คัน + MG S5 2,507 คัน + MG EP 689 คัน + MG IM6 455 คัน)

ข้อดี: มีฐานศูนย์บริการครอบคลุมกว้างขวาง แพลตฟอร์มการขับขี่และการปรับตั้งช่วงล่าง (โดยเฉพาะระบบขับเคลื่อนล้อหลังใน MG4) ได้รับการยอมรับว่าขับสนุกและเกาะถนนดีเยี่ยม

ข้อเสีย: อัตราการประหยัดพลังงานไฟฟ้ารายกิโลเมตรเฉลี่ย เป็นรองคู่แข่งเจเนอเรชันใหม่ ความลื่นไหลและเสถียรภาพของซอฟต์แวร์หน้าจอกลางบางรุ่นยังมีอาการหน่วง

 


5. DEEPAL

แบรนด์ในเครือ Changan Automobile ที่เน้นกลุ่ม Mass Premium ทำยอดจดทะเบียนจาก 2 รุ่นยอดนิยมได้รวม 3,806 คัน (Deepal S05 2,526 คัน + Deepal S07 1,280 คัน)

ข้อดี: ดีไซน์โฉบเฉี่ยวแนวสปอร์ตล้ำอนาคต ดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ดี ระบบปฏิบัติการหน้าจอกลางลื่นไหล รองรับฟังก์ชันอัจฉริยะและการสั่งการที่แม่นยำ

ข้อเสีย: เครือข่ายศูนย์บริการตามหัวเมืองรองยังอยู่ในช่วงเร่งขยายตัว ระยะเวลาในการรอคอยชิ้นส่วนอะไหล่ตัวถัง และชิ้นส่วนเฉพาะในบางกรณีค่อนข้างนาน


6. CHERY

แบรนด์แม่ที่ส่งรุ่นคลาสสิกทรงกล่องขนาดย่อมเข้ามาเปิดเซกเมนต์ไลฟ์สไตล์อย่าง CHERY V23 ทำยอดจดทะเบียนสะสมในไตรมาสแรกไปได้ 2,141 คัน

ข้อดี: ดีไซน์ตัวรถมีเอกลักษณ์สไตล์ Retro-Boxy โดดเด่นไม่ซ้ำใคร มีความคล่องตัวสูง สำหรับการขับขี่ หาที่จอด และใช้งานในเมืองใหญ่

ข้อเสีย: ขนาดตัวถังและพื้นที่เก็บสัมภาระค่อนข้างจำกัด ไม่ตอบโจทย์การเดินทางไกลแบบครอบครัวใหญ่ เครือข่ายบริการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนา


7. TESLA

รถ Tesla ขาว

ผู้นำแบรนด์รถไฟฟ้าหรูระดับโลก ครองแชมป์ในกลุ่ม Premium EV ในไทย โดยในไตรมาสแรกทำยอดจดทะเบียนรวม 2 รุ่นหลักได้ 2,086 คัน (Model 3 1,431 คัน + Model Y 655 คัน)

ข้อดี: ระบบจัดการพลังงานและความประหยัดไฟฟ้า (Efficiency) ยอดเยี่ยมที่สุด เครือข่ายสถานี Supercharger ส่วนตัวมีเสถียรภาพและชาร์จเร็วสูง ระบบซอฟต์แวร์เสถียรล้ำหน้า

ข้อเสีย: ไม่มีโชว์รูมหรือดีลเลอร์กระจายตามต่างจังหวัด ระบบบริการหลังการขายและการเคลมประกันภัยส่วนใหญ่เน้นพึ่งพาช่องทางแอปพลิเคชันและออนไลน์


8. GEELY

ค่ายรถยักษ์ใหญ่ที่ส่งโมเดลขนาดกำลังพอดี ดีไซน์เรียบหรู และราคาย่อมเยาเข้ามาบุกตลาด ทำยอดจดทะเบียนจาก 2 รุ่นรวมกันได้ 1,987 คัน (GEELY EX2 1,067 คัน + GEELY EX5 920 คัน)

ข้อดี: มาตรฐานวิศวกรรมโครงสร้าง และระบบความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง แชร์เทคโนโลยีร่วมกับแบรนด์ Volvo แบรนด์รถยนต์หรูสัญชาติสวีเดน บริษัทลูกที่อยู่ภายใต้เครือ Geely Holding Group

ข้อเสีย: การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในตลาดวงกว้างของไทยยังน้อยกว่าค่ายอื่น ต้องเร่งสร้างความมั่นใจเรื่องการขยายศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง


9. GWM

หนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด EV ยุคแรกในไทย โดยกวาดยอดขายหลักในไตรมาสนี้จากเจ้าเหมียวไฟฟ้าอย่าง GWM ORA GOOD CAT ได้จำนวน 1,907 คัน

ข้อดี: งานดีไซน์แนว Retro Futuristic มีเอกลักษณ์โดนใจกลุ่มผู้หญิงและวัยทำงาน ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ให้มาครบถ้วนตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น

ข้อเสีย: ประสิทธิภาพและอัตราการรับกระแสไฟชาร์จแบบ DC Fast Charge ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับคู่แข่งเจเนอเรชันใหม่ ๆ ราคาอะไหล่ชิ้นส่วนเฉพาะทางค่อนข้างสูง


10. ZEEKR

แบรนด์ Premium Luxury BEV ในเครือ Geely ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มรถหรู ทำยอดจดทะเบียนในไตรมาส 1 จาก 2 รุ่นรวม 1,379 คัน (ZEEKR 7X 758 คัน + ZEEKR 009 621 คัน)

ข้อดี: คุณภาพงานประกอบประณีต วัสดุภายในห้องโดยสารพรีเมียมหรูหราระดับยุโรป ระบบช่วงล่างนุ่มนวลและสมรรถนะแรงม้า/อัตราเร่งสูงมาก นั่งสบายสูงสุด

ข้อเสีย: ระดับราคาตัวรถค่อนข้างสูง (จับกลุ่มตลาดบน/Niche Market) อัตราค่าบำรุงรักษาและค่าเบี้ยประกันภัยรายปีราคาสูงตามเกรดรถยนต์ระดับหรู



อย่าลืมดูแล "แบตเตอรี่ 12V" หัวใจสำคัญที่ทำให้รถ EV สตาร์ทติด!

เมื่อพูดถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ทุกคนมักจะนึกถึงแบตเตอรี่ขับเคลื่อนก้อนใหญ่ (High-Voltage Battery) ใต้ท้องรถ แต่รู้หรือไม่ว่า สาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าสตาร์ทไม่ติดหรือ "เปิดประตูรถไม่ได้" กลับมาจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า 12V (Low-Voltage Battery) ที่อยู่หน้ารถเสื่อมสภาพ

เนื่องจากแบตเตอรี่ 12V ในรถ EV ทำหน้าที่สำคัญในการจ่ายไฟให้กับระบบอำนวยความสะดวกทั้งหมด เช่น

  • กล่องควบคุม ECU
  • ระบบล็อกประตูสมาร์ทคีย์และระบบเซ็นเซอร์
  • หน้าจอแสดงผลและระบบอินโฟเทนเมนต์
  • ไฟส่องสว่างทั้งหมด
  • ระบบปรับอากาศ

หากคุณจอดรถ EV ทิ้งไว้นาน หรือขับขี่แค่ระยะสั้น ๆ แบตเตอรี่ 12V จะถูกดึงกระแสไฟออกไปใช้ตลอดเวลาจนเกิดอาการ "ไฟหมด" ส่งผลให้รถไม่สามารถเปิดระบบขับเคลื่อนหลักได้ กลายเป็นปัญหากวนใจของเจ้าของรถ EV



ปกป้องแบตเตอรี่รถ EV ของคุณด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะ CTEK

รถ EV ก็ต้องใช้เครื่องชาร์จ CTEK

หมดกังวลกับปัญหารถ EV สตาร์ทไม่ติด หน้าจอรวน หรือเปิดประตูไม่ได้ ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์อัจฉริยะ CTEK แบรนด์สวีเดน ที่มี

  • เทคโนโลยีการชาร์จลิขสิทธิ์เฉพาะ: ช่วยชาร์จและฟื้นฟูสภาพแบตเตอรี่ 12V ได้อย่างถูกต้อง ป้องกันการเกิดคราบซัลเฟต
  • ระบบความปลอดภัย: มีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่เต็ม ป้องกัน Overcharge สามารถเสียบชาร์จทิ้งไว้ได้เป็นเวลานานโดยไม่ทำให้แบตเตอรี่บวมหรือเสื่อมสภาพ
  • มาตรฐานระดับโลก: ได้รับความไว้วางใจให้ผลิตเครื่องชาร์จแบตเตอรี่แก่แบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลก เช่น Mercedes-Benz, Porsche, BMW, Audi, Ferrari, Lamborghini, Rolls-Royce, Bentley, McLaren, Lexus และอีกมากมาย

แม้จะเป็นรถ EV ก็ไม่ควรมองข้ามการดูแลแบตเตอรี่ 12V หากคุณต้องการให้รถ EV พร้อมใช้งานตลอดเวลาโดยไร้ปัญหาจุกจิก อย่าลืมซื้อเครื่องชาร์จ CTEK ติดบ้านไว้ สั่งซื้อเลยตอนนี้!


เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถ CTEK MXS 5.0

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้