Last updated: 25 ส.ค. 2569 | 15 จำนวนผู้เข้าชม |

คำถามที่เจ้าของรถหลายคนสงสัยว่า "ชาร์จแบตรถยนต์ ใช้เวลากี่ชั่วโมง?" ซึ่งจริง ๆ แล้วคำตอบนั้นไม่ได้มีตัวเลขตายตัวเพียงค่าเดียว เนื่องจากมีตัวแปรหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งขนาดของแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพของเครื่องชาร์จ รวมถึงสภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย
ฉะนั้นบทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกวิธีการคำนวณระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์อย่างละเอียด พร้อมทั้งปัจจัยสำคัญที่ควรรู้ เพื่อให้คุณสามารถดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์ได้อย่างถูกวิธี และยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด
การจะทราบได้ว่าชาร์จแบตรถยนต์ ใช้เวลากี่ชั่วโมงนั้น เราสามารถประเมินเบื้องต้นได้จากสูตรการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้วางแผนเวลาในการชาร์จได้อย่างเหมาะสม
หลักการคำนวณระยะเวลาชาร์จนั้นขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่าง ความจุของแบตเตอรี่ (มีหน่วยเป็น แอมแปร์-ชั่วโมง หรือ Ah) และ กระแสไฟของเครื่องชาร์จ (มีหน่วยเป็น แอมแปร์ หรือ Amp) โดยมีสูตรพื้นฐานดังนี้
ระยะเวลาการชาร์จ (ชั่วโมง) = ความจุของแบตเตอรี่ที่ต้องการชาร์จ (Ah) ÷ กระแสไฟที่จ่ายจากเครื่องชาร์จ (Amp)
หากรถยนต์ใช้แบตเตอรี่ขนาดความจุ 60Ah (ซึ่งไฟหมดเกลี้ยง) และใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่สามารถจ่ายกระแสไฟได้ 6A
แต่ในความเป็นจริง เมื่อเราชาร์จตามเวลาทฤษฎีแล้วแต่ทำไมแบตเตอรี่ยังไม่เต็ม? นั่นเป็นเพราะในระหว่างกระบวนการชาร์จ พลังงานไฟฟ้าไม่ได้ถูกกักเก็บลงในแบตเตอรี่แบบ 100%
การชาร์จไฟจะก่อให้เกิด การสูญเสียพลังงาน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนรูปไปเป็น "ความร้อน" และต้องเจอกับ "ความต้านทานภายใน" ของแผ่นธาตุตะกั่ว ด้วยเหตุนี้ ในทางปฏิบัติผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ บวกเวลาเพิ่มไปอีก 20-30% จากเวลาที่คำนวณได้

หมายเหตุ: ตัวเลขในตารางเป็นการคำนวณรวม Efficiency Loss 20% สำหรับแบตเตอรี่ที่ไฟหมดเกลี้ยง (0%) จนถึงเต็ม (100%)
ความจุแบตเตอรี่ (Ah)
ประเภทรถยนต์ทั่วไป
กระแสเครื่องชาร์จ (Amp)
ระยะเวลาชาร์จโดยประมาณ
35 - 45 Ah
รถยนต์ Eco Car / รถซิตี้คาร์
3.8A - 5A
8 - 11 ชั่วโมง
60 - 75 Ah
รถเก๋งกลาง / SUV / กระบะเล็ก
5A - 7A
10 - 14 ชั่วโมง
80 - 100 Ah
รถกระบะใหญ่ / SUV ขนาดใหญ่ / รถยุโรป
7A - 10A
10 - 13 ชั่วโมง
นอกจากการคำนวณพื้นฐานแล้ว ยังมีปัจจัยแวดล้อมและสเปกของอุปกรณ์ที่ทำให้รถแต่ละคันใช้เวลาชาร์จไม่เท่ากัน
โครงสร้างภายในของแบตเตอรี่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการรับกระแสไฟ
ระยะเวลาชาร์จแปรผันตรงกับปริมาณไฟที่หายไป
ปฏิกิริยาเคมีภายในแบตเตอรี่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิ

ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้รถทั่วไปคือ ประมาณ 4 - 12 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณไฟที่เหลืออยู่และความจุของแบตเตอรี่ หากเป็นการชาร์จเพื่อรักษาสภาพ (แบตยังไม่หมด) อาจใช้เวลาเพียง 3-4 ชั่วโมง แต่หากเป็นการชาร์จจากสภาวะแบตเตอรี่หมดเกลี้ยง การเสียบเครื่องชาร์จอัจฉริยะทิ้งไว้ข้ามคืน (10-12 ชั่วโมง) คือทางเลือกที่ปลอดภัยและดีต่อแบตเตอรี่รถยนต์มากที่สุด

หากไม่อยากนั่งคำนวณเวลาชาร์จหรือคอยกังวลเรื่อง Overcharge เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์อัจฉริยะ CTEK จากประเทศสวีเดน คือคำตอบ ด้วยระบบชาร์จอัตโนมัติ 8 ขั้นตอน ที่สามารถวิเคราะห์ ตัดไฟเมื่อเต็ม และสลับเข้าสู่โหมดเลี้ยงกระแสไฟ (Float/Pulse Charge) จึงสามารถเสียบชาร์จทิ้งไว้ได้เป็นเดือน ๆ โดยไม่ทำลายแบตเตอรี่ หรืออุปกรณอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ภายในรถ
อีกทั้ง CTEK ยังได้รับการยอมรับและผลิตแบบ OEM ให้กับแบรนด์ Supercar และรถยนต์หรูชั้นนำมากที่สุดในโลก เช่น Mercedes-Benz, Porsche, BMW, Audi, Ferrari, Lamborghini, Rolls-Royce, Bentley, McLaren, Lexus และอีกมากมาย
สำหรับใครที่มีรถหลายคัน หรือจอดนานไม่ค่อยได้ขับ ควรมีเครื่องชาร์จ CTEK ติดบ้านไว้ สั่งซื้อเครื่องชาร์จเลยตอนนี้!
25 ส.ค. 2569
29 ก.ค. 2569
25 ส.ค. 2569