ต่อเติมโรงรถหน้าบ้าน ต้องขออนุญาตไหม ดูอะไรบ้าง?

Last updated: 30 ม.ค. 2569  |  40 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บ้านสีขาวต่อเติมโรงรถ

การมีโรงรถหน้าบ้าน นอกจากจะเป็นการสะท้อนรสนิยมเจ้าของรถแล้วนั้น ยังช่วยป้องกันรถคันโปรดทั้งจากแสงแดด ฝน และฝุ่นละออง แต่การดูแลรักษารถด้วยการจอดรถในที่ร่มเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะศัตรูที่แท้จริง คือ การจอดรถนาน จนแบตเตอรี่เสื่อมสภาพหากคุณกำลังคิดจะทำโรงรถหน้าบ้านอยู่ล่ะก็ ควรมีเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถเตรียมไว้ด้วย เพื่อให้รถของคุณพร้อมใช้งานทันทีที่ต้องการ

โดยบทความนี้จะพาไปดูไอเดียการออกแบบ รวมถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการต่อเติมโรงรถหน้าบ้าน เพื่อช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมในการก่อสร้าง ทั้งในด้านโครงสร้าง และความถูกต้องตามกฎหมาย


ต่อเติมโรงรถหน้าบ้าน ต้องขออนุญาตไหม?

1. กรณีงานโครงสร้างขนาดเล็กหรือชั่วคราว

ไม่ต้อง ขออนุญาตก่อสร้าง

หากเป็นการตั้งซุ้มบังแดด หรือโรงรถแบบน็อคดาวน์ขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่ไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่มีการเพิ่มเสาหรือคานที่เป็นโครงสร้างหลักของบ้าน งานลักษณะนี้มักได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบกฎระเบียบของหมู่บ้านจัดสรรหรือข้อกำหนดของนิติบุคคลก่อนดำเนินการทุกครั้ง เพื่อป้องกันการละเมิดกฎพื้นที่ส่วนกลาง

2. กรณีงานต่อเติมถาวร

"ต้อง" ยื่นเรื่องขออนุญาต

หากเป็นการสร้างโรงรถที่มีการเทพื้นคอนกรีต ลงเสาเข็ม ตั้งเสาเหล็ก หรือต่อเติมหลังคาเชื่อมกับตัวบ้าน (ซึ่งส่วนใหญ่มีพื้นที่เกิน 5 ตารางเมตร) ถือเป็นการดัดแปลงอาคารตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร กรณีนี้ "ต้อง" ยื่นเรื่องขออนุญาตกับสำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ก่อนเริ่มก่อสร้าง เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายเรื่องระยะถอยร่น (Setback) และความปลอดภัยของโครงสร้าง

ดังนั้น ก่อนต่อเติมควรประเมินลักษณะงานให้ดี เช็กกฎหมายให้ครบ เพื่อลดปัญหาถูกสั่งหยุดงานหรือรื้อถอนในอนาคต

ก่อนทำโรงรถหน้าบ้าน ต้องดูอะไรบ้าง?

การต่อเติมพื้นที่โรงรถหน้าบ้าน ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความแข็งแรง และความเหมาะสมกับพื้นที่บ้าน หากวางแผนให้รอบคอบตั้งแต่ต้น จะช่วยป้องกันปัญหาภายหลัง เช่น น้ำรั่ว โครงสร้างทรุด หรือข้อขัดแย้งกับกฎหมายและเพื่อนบ้าน ซึ่งประเด็นหลักที่ควรพิจารณามีดังนี้

1. โครงสร้าง

เรื่องโครงสร้างเป็นหัวใจสำคัญที่ห้ามละเลย หากพื้นที่หน้าบ้านมีแนวโน้มการทรุดตัวต่างจากตัวบ้าน แนะนำให้ทำโครงสร้างโรงรถแยกออกจากตัวบ้านแบบ On Ground ไม่ฝากน้ำหนักไว้กับเสาหรือคานบ้านเดิม เพื่อป้องกันแรงดึงรั้งที่อาจทำให้ผนังบ้านฉีกขาดได้ นอกจากนี้ควรเช็กสภาพดินก่อนเสมอ หากเป็นดินอ่อนอาจจำเป็นต้องลงเข็มสั้นอย่าง Micropile หรือ Hexagon เพื่อช่วยชะลอการทรุดตัวให้ช้าลง

2. พื้นที่ ความกว้างของโรงรถ

การกะระยะพื้นที่ต้องคำนวณเผื่อการใช้งานจริง โดยรถยนต์ 1 คัน ควรมีพื้นที่กว้างอย่างน้อย 2.4 - 2.5 เมตร และลึก 5 - 5.5 เมตร เพื่อให้สามารถเปิดประตูขึ้น-ลงได้สะดวกโดยไม่เบียดเสียด นอกจากนี้ต้องเผื่อระยะสำหรับวงเลี้ยวเข้าออกและทางเดินรอบรถให้พอดี ที่สำคัญที่สุดคือต้องตรวจสอบแนวหมุดที่ดินให้ชัดเจนก่อนลงเสา เพื่อป้องกันปัญหาการสร้างรุกล้ำที่สาธารณะหรือพื้นที่ข้างเคียง

3. แบบหลังคาโรงรถหน้าบ้าน

การเลือกแบบหลังคาต้องดูเรื่อง องศาความลาดเอียงให้เพียงพอเพื่อให้น้ำระบายได้ทัน และไม่ไหลย้อนกลับ ที่ขาดไม่ได้คือการติดตั้งรางน้ำฝนเพื่อป้องกันน้ำกระเด็นใส่บ้านข้างเคียงซึ่งอาจนำไปสู่ข้อพิพาทได้ สำหรับวัสดุหากต้องการกันร้อนแนะนำให้ใช้เมทัลชีทบุฉนวนหรือไวนิล แต่ถ้าต้องการความโปร่งโล่งควรเลือกโพลีคาร์บอเนตแบบตัน และอย่าลืมตรวจสอบกฎหมาย หากเป็นการต่อเติมถาวรที่มีการลงเสาหรือเทคาน ต้องยื่นขออนุญาตกับเทศบาลหรือ อบต. ให้ถูกต้องก่อนเริ่มก่อสร้าง

4. ระบบไฟฟ้า สำหรับอุปกรณ์สำคัญในโรงรถ

การทำโรงรถนอกจากเอาไว้เป็นพื้นที่จอดแล้ว ควรวางระบบไฟฟ้าเผื่อไว้สำหรับเป็นพื้นที่ในการ Maintenance ด้วย เพื่อรองรับอุปกรณ์สำคัญต่าง ๆ เช่น

  • เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถ: มักต้องเสียบแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนหรือหลายวัน) ตำแหน่งปลั๊กไฟจึงควรติดตั้งที่ผนังด้านหน้า หรือด้านที่ใกล้กับ "ห้องเครื่องรถยนต์" ไม่ก็ตำแหน่งที่ใกล้กับชั้นวางของ เพื่อใช้วางตัวเครื่องชาร์จได้สะดวก และควรมีฝาครอบปิดปลั๊กเพื่อป้องกันละอองฝน และความชื้น

  • เครื่องดูดฝุ่น: เพื่อดูดฝุ่นรอบคันรถได้อย่างสะดวก ตำแหน่งปลั๊กควรอยู่ตรงเสากลางของโรงจอด หรือผนังด้านข้างจุดกึ่งกลาง สูงประมาณ 40-60 ซม. จากพื้น เพื่อให้เสียบปลั๊กได้ง่าย และสายไฟลากไปกับพื้นได้สะดวกโดยไม่ดึงรั้งปลั๊กจนหลุด

  • ปั๊มลม: ปั๊มลมมักส่วนใหญ่มักจะตั้งอยู่กับที่ หรือเคลื่อนที่ได้ยาก และมีแรงสั่นสะเทือนขณะทำงาน ดังนั้นตำแหน่งปลั๊กควรอยู่ตรงมุม หรือจุดที่ตั้งใจจะวางปั๊มลมถาวร เพื่อลดเสียงรบกวน และไม่เกะกะพื้นที่ทางเดิน และที่สำคัญคือ ปั๊มลมเป็นอุปกรณ์ที่กินกระแสไฟสูงมาก แนะนำว่าไม่ควรใช้ปลั๊กพ่วง แต่ควรเสียบตรงกับเต้ารับตรงผนัง

ทั้งนี้ควรปรึกษากับช่างผู้รับเหมาอีกครั้ง เพื่อออกแบบระบบไฟฟ้าสำหรับการต่อเติมโรงรถหน้าบ้านให้สะดวก และปลอดภัยมากที่สุด

แบบโรงจอดรถสวย ๆ ยอดฮิต มีสไตล์ไหนบ้าง?

โรงรถหน้าบ้าน ช่วยเสริมความสวยงามและเพิ่มสไตล์ให้บ้านดูโดดเด่นขึ้นได้ด้วย ซึ่งปัจจุบันมีรูปแบบให้เลือกหลากหลายตามรสนิยมและดีไซน์ของตัวบ้าน โดยสไตล์ที่ได้รับความนิยมมีดังนี้

  • โรงรถหน้าบ้านสไตล์ Loft

โรงรถหน้าบ้านสไตล์ Loft
โดดเด่นด้วยความดิบเท่สไตล์ Industrial Loft ที่เน้นโชว์โครงสร้างจริงอย่างเสาและคานเหล็กสีเข้ม (ดำ เทา หรือน้ำตาล) จับคู่กับผนังปูนเปลือย ให้ความรู้สึกแข็งแรงและทันสมัย

ส่วนหลังคา แนะนำให้ใช้แบบโปร่งแสงอย่างเมทัลชีทหรือโพลีคาร์บอเนตสีชา เพื่อให้โรงรถดูโล่ง ไม่ทึบอึดอัด สำหรับพื้น ควรเลือกวัสดุที่ทนทานอย่างปูนขัดมันหรือกระเบื้องโทนเข้ม ซึ่งเข้ากับบ้านสไตล์นี้และยังดูแลรักษาได้ง่าย

  • โรงรถหน้าบ้านสไตล์ Minimal Japanese

โรงรถหน้าบ้านสไตล์ Minimal Japanese
เน้นความเรียบง่าย สบายตา ด้วยโทนสีสว่าง เช่น ขาว ครีม หรือไม้ธรรมชาติ และเส้นสายที่ดูสะอาดสะอ้านกลมกลืนกับตัวบ้าน โครงสร้างนิยมใช้อะลูมิเนียมหรือเหล็กทาสีอ่อน มุงหลังคาด้วยวัสดุโปร่งแสงรับธรรมชาติ อาจเสริมลูกเล่นด้วยระแนงไม้เทียม เพื่อเพิ่มกลิ่นอายญี่ปุ่นที่ดูอบอุ่นและทันสมัย

  • โรงรถหน้าบ้านสไตล์ Modern

โรงรถหน้าบ้านสไตล์ Modern
โดดเด่นด้วยรูปทรงเรขาคณิตและเส้นสายที่คมชัด ให้ภาพลักษณ์ทันสมัย สะอาดตา เข้ากับบ้านได้ง่าย โครงสร้างเน้นเหล็กหรืออะลูมิเนียมที่แข็งแรง ส่วนหลังคาแนะนำวัสดุที่ช่วยกันความร้อนได้ดี เช่น เมทัลชีทบุฉนวน หรือโพลีคาร์บอเนตแบบกันร้อน เพื่อลดอุณหภูมิสะสมในพื้นที่จอดรถ

เพิ่มฟังก์ชันให้โรงรถหน้าบ้านด้วยเครื่องชาร์จแบต CTEK

เพิ่มฟังก์ชันให้โรงรถหน้าบ้านด้วยเครื่องชาร์จแบต CTEK

เมื่อจัดสรรพื้นที่ รวมถึงระบบไฟฟ้าต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมเพิ่มฟังก์ชันให้โรงรถหน้าบ้าน ด้วย "เครื่องชาร์จแบต CTEK ติดโรงรถไว้เสมอ" เพราะแม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้งานรถแล้ว แต่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา เช่น ระบบกันขโมย, ระบบกุญแจอัจฉริยะ และหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ยังดึงไฟจากแบตเตอรี่ไปใช้ทีละน้อย

เมื่อประจุไฟในแบตเตอรี่ลดต่ำลงมาก ๆ เข้าจะเกิด "ผลึกซัลเฟต" เกาะที่แผ่นธาตุ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมและเก็บไฟไม่อยู่ การเสียบเครื่องชาร์จทันทีทุกครั้งที่จอดจะช่วยป้องกันไม่ให้แรงดันไฟตกลงจนเกิดซัลเฟต ยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้นาน ลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อย ๆ แม้จอดรถทิ้งไว้นานก็ไม่ต้องกลัวสตาร์ทไม่ติด รถพร้อมออกเดินทางได้ทุกเมื่อ

นอกจากเรื่องความคุ้มค่าแล้ว CTEK ยังได้รับความไว้วางใจผลิตเครื่องชาร์จแบตฯ ให้กับรถยนต์ชั้นนำมากที่สุดในโลก เช่น Mercedes-Benz, Porsche, Rolls-Royce, Lamborghini, Ferrari, McLaren, Bentley, Maserati, BMW, Mini, Audi, Jaguar, Lexus, Koenigsegg, Chrysler, Jeep และอื่น ๆ อีกมากมาย

หากคุณคิดจะทำโรงรถหน้าบ้านเมื่อไหร่ ต้องมีเครื่องชาร์จรอไว้เสมอ สั่งซื้อ CTEK เลยวันนี้!

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้