รวม 15 รถยุค 90 น่าเล่น และวิธีดูแลแบตฯ รถ 90

Last updated: 30 ม.ค. 2569  |  36 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รถยุค 90 Nissan Skyline GT-R R33
ยุค 90 ถือเป็นยุคทองของวงการยานยนต์ เพราะรถยุค 90 เต็มไปด้วยเสน่ห์ เป็นสัญลักษณ์ของความฝัน ความเร็ว และวัฒนธรรมการแต่งรถ ที่ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน แต่รถเก่า ยุค 90 ต้องการการดูแลรักษาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะระบบไฟและแบตเตอรี่ เนื่องจากถูกจอดเก็บไว้ในโรงรถจนเสื่อมสภาพ ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถอัจฉริยะอย่าง CTEK จึงเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่ช่วยให้รถพร้อมสตาร์ทโชว์ความเก๋าได้ทุกเมื่อ บทความนี้จะพาทุกท่านย้อนเวลาไปสำรวจตำนานของรถยุค 90 ที่ยังคงตราตรึงใจใครหลาย ๆ คน


รถยุค 90 คืออะไร? ทำไมยังครองใจคนรักรถ

รถยุค 90 คือรถที่ผลิตในช่วงปี 1990 ซึ่งเป็นช่วงที่เทคโนโลยีกำลังพัฒนา แต่ระบบต่าง ๆ ของรถยังไม่ซับซ้อนเหมือนปัจจุบัน เพราะรถส่วนใหญ่เน้นกลไกพื้นฐาน ใช้ระบบไฟและอุปกรณ์ที่เข้าใจง่าย ไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์หรือเซ็นเซอร์มากนัก ทำให้ซ่อมง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และใช้งานได้นาน

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่รถยุค 90 ยังได้รับความนิยม คือคุณค่าทางจิตใจและความผูกพันของผู้ใช้รถในยุคนั้น ประกอบกับดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน เส้นสายตัวถังแตกต่างจากรถรุ่นใหม่ ทำให้เมื่อเห็นแล้วสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเป็นรถจากยุค 90 ทำให้รถหลายรุ่นยังถูกพูดถึงและจดจำอยู่เสมอ

และแม้จะเป็นยุคที่เน้นความทนทาน แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างจริงจัง เช่น

  • ระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (EFI) เริ่มเข้ามาแทนที่คาร์บูเรเตอร์ ทำให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมันมากขึ้น
  • ระบบเบรก ABS และถุงลมนิรภัยก็เริ่มปรากฏในรถรุ่นท็อปและแพร่หลายมากขึ้นในรถยนต์ทั่วไป

การผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายกับเทคโนโลยียานยนต์เหล่านี้ทำให้รถยุค 90 มีความน่าสนใจและใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวัน

จากอิทธิพลของ Pop Culture สู่รถยุค 90 ที่มีเสน่ห์เป็นอมตะ

รถยุค 90 โตโยต้า ซูปร้า สีขาว

กระแสความนิยมของรถยุค 90 ได้รับแรงผลักดันจาก Pop Culture ในช่วงเวลานั้นด้วย โดยเฉพาะภาพยนตร์ The Fast and the Furious ภาคแรก (ปี 2001) ที่ยก Toyota Supra และ Mitsubishi Eclipse ให้กลายเป็นรถหรูในฝันของผู้ชมทั่วโลก รวมถึงอนิเมะ Initial D (1998-2006) ที่ทำให้ Toyota AE86, Nissan Skyline GT-R และ Mitsubishi Lancer Evolution กลายเป็นสัญลักษณ์ของสายขับดริฟต์และการแต่งรถ ซึ่งผลงานเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการผลักดันรถเก๋งยุค 90 ให้ถูกจดจำ และเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสแต่งรถที่ส่งต่อความนิยมมาถึงปัจจุบัน

15 รถยุค 90 ในตำนาน

ยุค 90 ถือเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยรถสปอร์ตที่โดดเด่นหลากหลายรุ่น ต่อไปนี้คือรถระดับตำนาน 15 รุ่นจากยุคนั้น ซึ่งยังคงได้รับความนิยม เป็นแรงบันดาลใจ และครองใจคนรักรถมาจนถึงปัจจุบัน

1. Toyota Supra JZA80

รถยุค 90 Toyota Supra

หนึ่งในรถสปอร์ตที่โดดเด่นที่สุดของยุค 90 เปิดตัวช่วงปี 1993-2002 พร้อมเครื่องยนต์ 2JZ-GTE เทอร์โบคู่ ที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังและความทนทาน จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ปรับแต่งได้ง่ายและมีศักยภาพสูงที่สุดในยุคนั้น นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีสำคัญ เช่น ระบบ Sequential Turbo และระบบควบคุมแรงยึดเกาะ ที่ช่วยให้รถมีสมรรถนะทั้งเร็วและนิ่งในเวลาเดียวกัน

และความนิยมของ JZA80 ยังพุ่งขึ้นอีกระดับเมื่อถูกใช้เป็นรถคู่ใจของพระเอกในภาพยนตร์เรื่อง The Fast and the Furious ซึ่งทำให้ Supra ไม่ได้เป็นเพียงรถสปอร์ตบนท้องถนน แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการแต่งรถ และเป็นส่วนหนึ่งของ Pop Culture ที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลก

2. Mazda RX-7 FD3S

รถยุค Mazda RX-7 FD3S

โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ 13B-REW แบบโรตารี เทอร์โบคู่ ที่ไม่ใช้ลูกสูบแบบรถทั่วไป ทำให้ RX-7 มีฟีลลิ่งการขับที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน ทั้งรอบเครื่องที่พุ่งไว น้ำหนักเบา และการตอบสนองที่ฉับพลัน จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในรถขับสนุกที่สุดของยุค 90

นอกจากนี้ ความโด่งดังของ FD3S ยังกระจายไปทั่วโลกเมื่อถูกนำไปโลดแล่นบนจอใน The Fast and the Furious และเป็นรถประจำตัวของตัวละครสำคัญในอนิเมะ Initial D ซึ่งทำให้ภาพของ RX-7 กลายเป็นสัญลักษณ์ของสายดริฟต์และรถแต่งสไตล์ญี่ปุ่น (JDM Car) ในทันที จึงไม่น่าแปลกใจที่ FD3S ยังคงถูกตามหา และเป็นหนึ่งในรถยุค 90 ที่มีมูลค่าขึ้นต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ

3. Nissan Skyline GT-R (R32, R33, R34)

รถยุค 90 Nissan Skyline GT-R R34

ตระกูล Skyline GT-R คือกลุ่มรถที่สร้างชื่อให้ Nissan ให้โด่งดังในยุค 90 โดยมีพัฒนาการต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น เริ่มต้นด้วย R32 (1989-1994) ที่ถูกตั้งฉายา Godzilla หลังคว้าแชมป์ Group A Japan Touring Car Championship 29 สนามติด และครองตำแหน่งแชมป์ 4 ปีซ้อน จากนั้น R33 (1995-1998) เข้ามาต่อยอดด้วยตัวถังที่ใหญ่ขึ้น พร้อมการปรับสมดุลช่วงล่างและแอโรไดนามิก ช่วยเพิ่มความเสถียรและความนิ่งเมื่อใช้ความเร็วสูง พร้อมสร้างสถิติในสนาม Nürburgring ที่ทำได้เกือบ 8 นาที

ต่อมาที่ R34 (1999-2002) Nissan ยกระดับ GT-R ให้ทันสมัยกว่าเดิม ด้วยเกียร์ Getrag 6 สปีด และหน้าจอ MFD ที่แสดงข้อมูลการทำงานของเครื่องยนต์แบบเรียลไทม์ ส่งผลให้รุ่นนี้ทั้งเร็ว แม่นยำ และสมบูรณ์แบบกว่า GT-R รุ่นก่อน จนหลายคนมองว่าเป็นหนึ่งในรถสปอร์ตที่พัฒนาไปไกลที่สุดก่อนก้าวเข้าสู่ยุคซูเปอร์คาร์ของ Nissan

4. Honda NSX

รถยุค 90 Honda NSX สีขาว

Honda NSX เปิดขายในช่วง 1990-2005 และสร้างความสนใจทันทีด้วยตัวถังอะลูมิเนียมทั้งคัน ซึ่งถือว่าล้ำหน้าอย่างมากในยุคนั้น และหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ NSX กลายเป็นรถระดับตำนาน คือการที่ Ayrton Senna แชมป์โลก F1 เข้ามามีส่วนร่วมในการทดสอบและปรับจูน ส่งผลให้รถคันนี้มีการควบคุมที่แม่นยำ ขับง่าย นิ่ง และเชื่อถือได้มากกว่าซูเปอร์คาร์ยุโรปหลายรุ่นในยุคเดียวกัน

5. Mitsubishi Lancer Evolution V

จุดเด่นของ Evo V อยู่ที่การอัปเกรดช่วงล่างและแอโรไดนามิกให้ดีขึ้นจากรุ่นก่อน พร้อมเพิ่มขนาดยางและติดตั้งเบรก Brembo ทำให้การควบคุมแม่นยำขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ไม่ได้โดดเด่นแค่สเปก แต่ยังพิสูจน์ได้ในสนามจริง เมื่อ Evo V มีส่วนสำคัญในการพา Mitsubishi คว้าแชมป์ WRC และทำให้ชื่อ Evolution กลายเป็นคู่แข่งของ Subaru Impreza WRX STI อย่างสูสี

ด้วยผลงานในสนามแข่ง เครื่องที่แต่งเพิ่มได้ง่าย และจำนวนรถสภาพเดิมที่เริ่มหายากขึ้น Lancer Evolution V จึงถูกจัดให้เป็นหนึ่งในรถยุค 90 น่าเล่น สำหรับนักสะสม และผู้ที่อยากได้รถเทอร์โบสมรรถนะดีที่ยังคงเอกลักษณ์แรลลีย์จากยุค 90

6. Subaru Impreza GC8

Subaru Impreza GC8 เป็นหนึ่งในรถเก๋งยุค 90 ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยดีไซน์ซีดาน 4 ประตู บอดี้กะทัดรัด และสมรรถนะสายแรลลี่จากโรงงาน โดยใช้เครื่องยนต์ Boxer Turbo คู่กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Subaru ทำให้รถขับมั่นใจ เกาะถนนดี และรับมือได้ทั้งพื้นผิวเรียบและสภาพลื่น

ความแรงในท้องถนนยังต่อยอดสู่ความสำเร็จในสนามแข่ง เมื่อ GC8 สร้างชื่อให้ Subaru ในศึก World Rally Championship (WRC) จากการคว้าแชมป์ทั้งประเภทนักขับและผู้ผลิต โดยมี Colin McRae เป็นผู้ปลุกกระแสให้รถรุ่นนี้โดดเด่นขึ้นบนเวทีโลก และผลักดัน Subaru ให้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์แรลลี่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในยุคนั้น

7. Nissan Silvia S14 / 200SX

รถยุค 90 Nissan Silvia s14 กับการดริฟต์บนสนามแข่ง

จุดเด่นของ S14 หรือ 200SX อยู่ที่น้ำหนักตัวที่ไม่มาก ช่วงล่างบาลานซ์ดี และมีบอดี้ตัวถังที่กว้างเตี้ยกว่าเดิม ทำให้รถควบคุมได้แม่นยำขึ้นและดริฟต์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ที่มีการตอบสนองฉับไวและควบคุมง่าย จึงถูกเลือกเป็นรถเริ่มต้นของหลายคนที่อยากฝึกดริฟต์

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ S14 จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในวงการดริฟต์ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ โดยเฉพาะรายการ D1 Grand Prix ที่มีนักดริฟต์ชื่อดังเลือกใช้รถตระกูล Silvia เป็นหลัก ทำให้รุ่นนี้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในรถที่สายแต่งและสายดริฟต์ต้องมีในยุคนั้น และยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

8. Honda Civic Type-R EK9

Type-R ดัดแปลงจาก Civic ซีดานทั่วไปให้กลายเป็นรถสมรรถนะสูงอย่างเต็มตัว โดยจุดเด่นของรุ่นนี้คือเครื่องยนต์ B16B 1.6 ลิตร VTEC ที่ให้พละกำลังถึง 185 แรงม้า พร้อมรอบจัดดันได้กว่า 8,000 rpm ควบคู่กับเกียร์ธรรมดา Close-ratio และดิฟเฟอเรนเชียล LSD ทำให้ส่งกำลังได้ฉับไวและตอบสนองแม่นยำกว่ารุ่นทั่วไป

นอกจากนี้ตัวรถยังถูกออกแบบให้เบาและแข็งแรงขึ้น ด้วยการเสริมจุดต่าง ๆ ในโครงสร้าง ตัดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น และตั้งช่วงล่างให้เน้นเข้าโค้งได้แม่นยำ ถึงแม้จะยังใช้ระบบขับหน้า (FWD) แต่ฟีลลิ่งการขับถูกยกย่องว่าคล้ายรถแข่งมากที่สุดในช่วงเวลานั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ Civic Type-R EK9 กลายเป็นหนึ่งในรถ 90 ที่คนเล่นรถตามหา

9. Nissan Cefiro A31

Cefiro A31 เป็นรถซีดานขนาดกลางที่โดดเด่นจากคู่แข่งในยุคเดียวกัน เพราะเลือกใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และแชร์โครงสร้างช่วงล่างกับรุ่น Skyline และ Laurel ทำให้ฟีลการขับสนุก คล่องตัว และตอบสนองได้ดีกว่ารถบ้านทั่วไป จุดเด่นอีกด้านคือการปรับแต่ง เพราะตัวรถถูกออกแบบให้รองรับการโมดิฟายได้หลายสไตล์ ไม่ว่าจะเปลี่ยนล้อ เปลี่ยนช่วงล่าง หรือสว็อปเครื่องก็ทำได้ไม่ยุ่งยาก

10. Honda Civic 3 ประตู EG

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Civic EG ได้รับความนิยมต่อเนื่อง คือความสามารถในการรองรับเครื่องยนต์ตระกูล VTEC โดยเฉพาะรุ่น EG6 SiR ที่มาพร้อมเครื่อง B16A รอบจัด ให้เสียงหวาน และสามารถแต่งเพิ่มได้หลากหลายแนว ตั้งแต่ NA รอบลึก ไปจนถึงเทอร์โบแรง ๆ ตามสไตล์ที่เจ้าของต้องการ

นอกจากนี้ EG ยังมีข้อได้เปรียบในด้านอะไหล่และของแต่งที่หาได้ง่าย มีชิ้นส่วนรองรับเยอะ ทำให้ EG 3 ประตู กลายเป็นหนึ่งในรถยุค 90 ที่คนรัก Honda ยังคงตามหา ไม่ว่าจะเพื่อใช้งานจริง ทำโปรเจกต์แต่งรถ หรือเก็บสะสม

11. Toyota Corolla AE100-101

เริ่มจากการเป็นรถครอบครัวใช้งานทั่วไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป AE100AE101 กลับถูกยกระดับให้เป็นหนึ่งในรถคลาสสิกที่คนรักรถยังนิยม เพราะจุดเด่นอยู่ที่ความเรียบง่ายและทนทาน ใช้ตัวถังซีดาน 4 ประตูขนาดกะทัดรัด ทำให้ขับคล่องทั้งในเมืองและนอกเมือง และนอกจากรุ่นใช้งานปกติแล้ว ยังมีสเปกที่เน้นความสปอร์ตอย่าง AE101 Trueno/Levin ที่รองรับการแต่งได้หลากหลายแนวอีกด้วย

12. Mitsubishi Lancer E-car

Mitsubishi Lancer E-Car (1992-1996) ถือเป็นหนึ่งในรถเก่ายุค 90 ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดบนถนนไทยในช่วงเวลานั้น ด้วยดีไซน์เรียบง่าย เส้นสายคลาสสิก และขนาดตัวรถที่กำลังดี ทำให้ใช้งานสะดวกทั้งในเมืองและเดินทางไกลได้สบาย อีกทั้งยังดูแลไม่ซับซ้อน จึงกลายเป็นรถประจำบ้านของหลายครอบครัว

แต่ E-Car ไม่ได้หยุดอยู่แค่รถบ้านธรรมดาเท่านั้น เพราะเมื่อกระแสแต่งรถเริ่มมา รุ่นนี้ก็ถูกนำไปปรับแต่งกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นแนวสวยเรียบที่ใช้ขับประจำวัน แนวดุดันแบบสตรีทคาร์ ไปจนถึงการโมดิฟายเพื่อใช้งานในสนามจริง

13. BMW E36

BMW E36 ถูกมองว่าเป็นรุ่นที่ทำให้บีเอ็มขับสนุก เข้าถึงคนทั่วไปได้มากขึ้น เพราะเป็น 3-Series เจเนอเรชันที่เปลี่ยนจากทรงเหลี่ยมจัดของ E30 มาเป็นเส้นสายโฉบเฉี่ยวแบบยุค 90 โดยตัวรถมีมิติกว้างและยาวขึ้น ทำให้นั่งสบายและใช้งานจริงได้มากขึ้น

และจุดที่ทำให้ E36 ครองใจสายเล่นรถคือมีตัวเลือกเครื่องยนต์หลากหลาย ตั้งแต่ตระกูล M40/M43 แบบ 4 สูบ สำหรับการใช้งานทั่วไป ไปจนถึง M50/M52 แบบ 6 สูบเรียง ที่ให้ฟีลขับลื่นไหลและทรงพลังมากขึ้น ประกอบกับเกียร์แมนนวลและช่วงล่างที่เซตมาดีจากโรงงาน ทำให้ E36 เป็นหนึ่งในรถยุค 90 น่าเล่น ที่ยังมีคนตามสะสมและนำไปปรับแต่งอยู่เสมอ

14. Mercedes-Benz W124

ถูกยกให้เป็นหนึ่งในรถยุโรปที่ทนที่สุดที่เบนซ์เคยผลิต เพราะมีจุดเด่นเรื่องตัวถังที่แข็งแรง ใช้วัสดุอย่างดี และมีโครงสร้างที่แน่นหนา นอกจากนี้ยังใช้ช่วงล่างแบบมัลติลิงก์ด้านหลัง ซึ่งช่วยให้รถวิ่งนุ่มและนิ่งแม้ใช้ความเร็วสูง

นอกจากนี้ W124 ยังผลิตในยุคที่ Mercedes ใส่ใจด้านคุณภาพมากเป็นพิเศษ ทำให้หลายคันสามารถใช้งานได้ยาวเกิน 400,000-600,000 กม. โดยแทบไม่ต้องรื้อเครื่องครั้งใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจที่รุ่นนี้ถูกมองว่าเป็นรถที่ทน ใช้งานได้ยาว และยังเป็นที่ต้องการในตลาดมือสองอยู่เสมอ

15. Volvo 740 GLE

จุดเด่นของ Volvo 740 GLE อยู่ที่ดีไซน์ทรงเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ของยุค 80-90 พร้อมห้องโดยสารที่กว้าง โปร่ง และนั่งสบาย จึงกลายเป็นรถซีดานครอบครัวที่หลายบ้านไว้วางใจ เพราะขับง่าย มุมมองรอบคันชัด และยังบรรทุกสัมภาระได้มากกว่าที่คิด

ในด้านสมรรถนะ รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบตระกูล B230 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน สามารถรับมือกับความร้อนและการใช้งานหนักได้ดี จึงไม่ต้องเข้าซ่อมบ่อย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลค่อนข้างประหยัดเมื่อเทียบกับรถยุโรปในยุคเดียวกัน

ไม่ว่ารถยุค 90 หรือ Supercar รุ่นใหม่ ก็ต้องดูแลแบตเตอรี่ด้วย CTEK

จะรถยุค 90  หรือยุคไหน ก็ต้องมีเครื่องชาร์จ CTEK

เสน่ห์ของรถยุค 90 คือความดิบและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่นักสะสมตัวจริงคงรู้กันดีว่ารถกลุ่มนี้มักไม่ได้ถูกนำออกมาขับทุกวัน การจอดทิ้งไว้นานจึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ซึ่งไม่ใช่แค่รถเก่าเท่านั้น แม้แต่รถสปอร์ตยอดนิยมอย่าง Porsche Cayman หรือ Supercar รุ่นล่าสุด หากจอดทิ้งไว้เพียง 1-2 สัปดาห์ แบตเตอรี่ก็เริ่มคายประจุและเสื่อมสภาพได้เช่นกัน

สำหรับรถเก่ายุค 90 ที่ไม่ได้ใช้งาน เน้นเก็บสะสมเป็นหลัก แนะนำให้ใช้เครื่องชาร์จ CTEK "เสียบชาร์จทิ้งไว้" ตลอดเวลาที่จอดอยู่ในโรงรถ ระบบจะคอยเติมไฟ และตัดไฟเองเมื่อเต็ม ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่บวม หรือเกิด Overcharge เหมือนเครื่องชาร์จอื่น ๆ ทั่วไป

ส่วนรถที่ใช้งานบ้าง ควรชาร์จอย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือทุกครั้งที่จอด เพื่อให้ประจุไฟในแบตเตอรี่เต็ม 100% อยู่เสมอ ซึ่งเป็นสภาวะที่แบตเตอรี่จะมีอายุยืนยาวที่สุด

ด้วยเทคโนโลยีการชาร์จที่เหนือกว่า และระบบการทำงานที่ปลอดภัยต่ออุปกรณ์อื่น ๆ ในรถยนต์ ทำให้ CTEK ได้รับความไว้วางใจผลิตเครื่องชาร์จแบตฯ (OEM) ให้กับรถยนต์ชั้นนำมากที่สุดในโลก เช่น Mercedes-Benz, Porsche, Rolls-Royce, Lamborghini, Ferrari, McLaren, Bentley, Maserati, BMW, Mini, Audi, Jaguar, Lexus, Koenigsegg, Chrysler, Jeep และอื่น ๆ อีกมากมาย

ไม่ว่าคุณจะมีรถยุค 90 หรือยุคไหน ก็ต้องมีเครื่องชาร์จ สั่งซื้อ CTEK เลยวันนี้!

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้