Last updated: 30 ก.ย. 2569 | 20 จำนวนผู้เข้าชม |
4 เทคนิค วิธีขับรถลุยน้ำท่วมขัง
1. ประเมินระดับน้ำก่อนลุย:
ต่ำกว่า 20 ซม. (ครึ่งล้อ): ขับผ่านได้ปลอดภัย
20–40 ซม. (พ้นขอบประตู): ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
เกิน 40 ซม. หรือระดับท่อไอเสีย/กระจังหน้า: ห้ามลุยเด็ดขาด ควรหลีกเลี่ยงหรือหาเส้นทางอื่น
2. ปิดแอร์ทันที: เพื่อไม่ให้พัดลมหม้อน้ำทำงาน ซึ่งอาจพัดน้ำกระเซ็นเข้าห้องเครื่องหรือใบพัดพังเสียหาย
3. ใช้เกียร์ต่ำและขับด้วยความเร็วสม่ำเสมอ: ใช้เกียร์ L หรือ 1-2 (สำหรับรถเกียร์ออโต้ใช้เกียร์ L/M1) เร่งเครื่องให้อยู่ที่ประมาณ 1,500–2,000 รอบ/นาที เพื่อดันน้ำไม่ให้ย้อนเข้าท่อไอเสีย
4. เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า: เพื่อหลีกเลี่ยงคลื่นน้ำที่เกิดจากรถคันอื่นปะทะเข้ามายังหน้ารถเรา
สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด
1. ห้ามสตาร์ทรถทันทีหากเครื่องดับกลางน้ำ: หากขับลุยน้ำแล้วเครื่องยนต์ดับ ห้ามพยายามสตาร์ทเครื่องใหม่เด็ดขาด เพราะน้ำอาจถูกดูดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ทำให้เครื่องยนต์พังเสียหายรุนแรง (Hydrolock)
2. ห้ามขับรถเร็วลุยน้ำ: การขับเร็วจะทำให้เกิดคลื่นน้ำดันเข้าห้องเครื่องและอาจทำให้รถสูญเสียการทรงตัว (เหินน้ำ)
ช่วงน้ำท่วมขังแบบนี้ รถที่นำไปขับควรเป็นรถที่ช่วงล่างสูง พร้อมลุยน้ำ ส่วนรถสปอร์ตก็จอดในที่ปลอดภัยไว้ก่อน
และควรชาร์จแบตเตอรี่เป็นประจำด้วย CTEK อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อคอยเติมไปให้แบตเตอรี่ป้องกันแบตเตอรี่เสื่อมจากการจอดทิ้งนาน ชาร์จแบตเตอรี่เป็นประจำด้วย CTEK ช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาเอารถไปวนขับ ป้องกันรถสตาร์ทไม่ติด และช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ หมดหน้าฝนเมื่อไหร่ก็พร้อมสตาร์ทเอารถออกมาลุยได้เลย
30 ก.ย. 2569
30 ก.ย. 2569
30 ก.ย. 2569