11 จุดสังเกต เช็กก่อนซื้อรถมือสอง ต้องดูอะไรบ้าง?

Last updated: 29 พ.ค. 2567  |  8670 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธีดูรถมือสอง

จะซื้อรถมือสองสักคัน เราควรรู้วิธีดูรถมือสองเบื้องต้นก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่อย่างนั้นอาจโดนย้อมแมวขายได้ หรือดีไม่ดีซื้อมาแล้วอาจต้องซ่อมไม่รู้จบ รวม ๆ กับค่ารถที่ซื้อมาอาจซื้อรถมือหนึ่งได้เลย


แต่ไม่ได้หมายความว่ารถมือสองจะไม่ดีเสมอไป เพราะรถใหม่ ๆ ในตลาดรถที่ยังใช้งานได้ดีก็มี แถมรุ่นเก่าบางยี่ห้อยังมีบางจุดที่ดีกว่ารถรุ่นใหม่ด้วย เอาเป็นว่าเรามาดูการเช็กสภาพรถมือสองเบื้องต้นกันดีกว่า โดยวิธีนี้เป็นการสอนดูรถมือสองจากมืออาชีพ รับรองว่าอ่านแล้วดูรถมือสองด้วยตัวเองเป็นแน่นอน

ซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง

ในการดูรถมือสองเบื้องต้น แนะนำให้ดู 11 จุดสำคัญนี้ ดังนี้

  1. ตัวรถ
  2. สีรถ
  3. ตะเข็บที่คาน แก้มข้าง ขอบประตู และท้ายรถ
  4. นอตทุกจุด
  5. เครื่องยนต์ และแบตเตอรี่
  6. เกียร์
  7. ช่วงล่าง
  8. ไฟรถ
  9. เลขไมล์
  10. แอร์ พวงมาลัย และอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ
  11. เลขตัวถังและเล่มทะเบียนรถ

ต่อไปเรามาดูกันว่าแต่ละจุดของรถมือสองต้องดูยังไง

ตรวจเช็กสภาพรถมือสอง

1. ตัวรถ

วิธีแรกที่ต้องทำในการดูรถมือสอง คือ สังเกตตัวรถตอนที่ยังจอดนิ่งบนพื้นราบ รถมือสองที่ดีจะต้องไม่เอียงไปข้างใดข้างใดข้างหนึ่ง ถ้าเอียงแสดงว่าช่วงล่างอาจมีปัญหา

อีกอย่างคือตัวถังต้องไม่มีรอยบุบ ช่องไฟระหว่างประตูก็ต้องเท่ากันด้วย หากไม่เท่าแสดงว่ารถคันนี้เคยถอดออกมาซ่อม

 

2. สีรถ

วิธีดูสีของรถมือสอง จำให้ขึ้นใจว่าเนื้อสีต้องมีความสม่ำเสมอ ไม่มีการเยิ้ม ไม่เป็นรอยย่นหรือเป็นคลื่น ไม่มีสีเข้มแค่จุดใดจุดหนึ่ง

หากแยกไม่ออกให้ลองใช้มือเคาะตัวรถเบา ๆ ถ้ารถที่ผ่านการทำสีมาใหม่เสียงจะทึบ ๆ หน่อย แต่ถ้าไม่เคยทำสีมาก่อนเสียงจะโปร่ง ๆ

 

3. ตะเข็บที่คาน แก้มข้าง ขอบประตู และท้ายรถ

การดูตะเข็บของรถมือสอง จุดแรกให้ดูที่คาน จะอยู่ที่ด้านหน้าของรถ โดยให้เปิดฝากระโปรงขึ้นมาก่อน แล้วสังเกตหัวนอตว่ามีร่องรอยของการถอดไหม สีใหม่ผิดปกติหรือเปล่า

จุดต่อไป คือ แก้มข้าง จะต้องมีรอยนูนที่เท่ากันทุกจุด ถ้าจุดไหนหายไปแสดงว่ารถเคยผ่านการซ่อมมาแล้ว และที่สำคัญคือตำแหน่งฝั่งซ้ายและขวาต้องตรงกันด้วย

สองจุดสุดท้าย คือ ตะเข็บท้ายรถและขอบประตู (ดึงยางที่ขอบประตูออก) ให้เราดูที่รอยนูนว่ามีเท่ากันไหม รอยอาร์ค (รอยบุ๋มกลม ๆ ) ทั้ง 4 ประตูว่ามีครบหรือไม่ ถ้าไม่ครบแสดงว่าอาจจะซ่อมเพราะเคยชนมา

 

4. นอตทุกจุด

จุดที่พลาดไม่ได้ในการดูรถมือสอง คือ นอต ถ้าไม่มีรอยหมุนออกหรือเคยถูกถอดแสดงว่ารถมือสองคันนี้ไม่เคยถูกซ่อมมาก่อน จึงมั่นใจได้ว่ารถไม่เคยเกิดอุบัติเหตุหรือเคยชน

 

5. เครื่องยนต์ ของเหลว และแบตเตอรี่

การเช็กเครื่องยนต์รถมือสอง ให้ลองฟังเสียงตอนสตาร์ตเครื่องว่าผิดปกติไหม มีกลิ่นไหม้หรือเปล่า เกจ์วัดรอบสวิงไปมาหรือไม่ สายพานที่ห้องเครื่องหย่อนไหม มีขี้เกลือขึ้นที่ขั้วแบตเตอรี่หรือเปล่า

อย่าลืมตรวจสอบของเหลวและแบตเตอรี่ โดยของเหลวจะต้องไม่มีการรั่วซึมและอยู่ในระดับที่พอดี ไม่สูงหรือไม่ต่ำจนเกินไป ที่สำคัญคือต้องสีใส ไม่ดำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ หรือน้ำมันเบรกก็ตาม อีกอย่างคือน้ำในหม้อน้ำจะต้องเต็มหรืออยู่ในระดับ FULL ตลอดเวลา

ส่วนแบตเตอรี่ให้เช็กว่าเสื่อมหรือเปล่า โดยให้เช็กจากการที่เราบิดกุญแจเพื่อสตาร์ตรถ จะมีเสียงแชะนานขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนรถจะสตาร์ตติด หรือบางครั้งรถสตาร์ตไม่ติดถ้าเกิดอาการเช่นนี้แสดงว่าแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม ให้ทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยด่วน

ขับรถมือสอง

6. เกียร์

วิธีดูเกียร์รถมือสอง ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ให้ลองให้เกียร์ D ดูว่ารถเคลื่อนที่ปกติไหม ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดาให้ลองขับให้ครบทุกเกียร์ ถ้าเป็นรถมือสองที่ดีเกียร์ต้องไม่กระตุกหรือมีเสียงหอน

 

7. ช่วงล่าง

ขั้นแรกให้ลองใช้มือกดที่มุมหนึ่งของรถเพื่อดูว่าโช้คคืนตัวไวไหม อาจจะขอลองขับด้วยก็ได้ เพราะจะได้รู้ว่าเวลาเลี้ยวเป็นยังไง มีเสียงดังออกมาหรือเปล่า เบรกแล้วมีเสียงแปลก ๆ หรือไม่ ขึ้นลูกระนาดกระแทกแรงแค่ไหน

 

8. ไฟรถ

ดูให้ครบว่าติดทุกดวง ไม่มีดวงไหนขาด อย่าลืมเช็กไฟหรี่ว่าติดทั้งสองข้างหรือไม่ รวมถึงไฟเลี้ยวและไฟฉุกเฉินด้วย เพราะเป็นไฟที่สำคัญในการขับขี่มาก

 

9. เลขไมล์

รู้หรือไม่ว่าเลขไมล์หลอกกันได้! เพราะบางทีเขารับกรอเลขไมล์รถก่อนนำมาขายเป็นมือสองด้วย วิธีเช็กง่าย ๆ คือ ถ้ารถที่ใช้งานมาประมาณสัก 1 ปี เลขไมล์ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 20,000 - 30,000 กิโลเมตร จึงเป็นไปได้น้อยที่รถผ่านการใช้งานมา 5-6 ปีจะมีเลขไมล์อยู่ที่ 50,000 - 60,000 กิโลเมตร แต่ไม่ได้หมายความว่ารถมือสองจะแอบกรอไมล์ทุกคัน เพราะเจ้าของบางคนก็จอดไว้มากกว่าขับ จึงไม่แปลกที่เลขไมล์จะน้อยนั่นเอง

 

10. แอร์ พวงมาลัย และอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ

ก่อนซื้อรถมือสองอย่าลืมตรวจสอบอุปกรณ์และส่วนประกอบภายในรถ แอร์ต้องเย็น ไม่มีกลิ่นเหม็น พวงมาลัยหมุนแล้วไม่ฝืดหรือค้าง ระบบล็อกรถ ปุ่มปรับ/เลื่อนกระจกทำงานได้ดี กลิ่นภายในห้องโดยสารต้องไม่อับ บริเวณพรมต้องไม่มีเชื้อราขึ้น ถ้ามีแสดงว่าเคยลุยน้ำท่วมมา

 

11. เลขตัวถังและเล่มทะเบียนรถ

สิ่งที่ทำให้รู้ว่ารถมือสองคันนี้ถูกโจรกรรมมาหรือไม่ มีการตัดต่อตกแต่งอะไรมาหรือเปล่า ให้เราดูที่เลขตัวถังของรถ ต้องชัดเจน ไม่มีร่องรอยการแก้ไข และตรงกับเล่มทะเบียนรถ แนะนำให้ตรวจสอบชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ รายการภาษี และรายการบันทึกของเจ้าหน้าที่ด้วย จะได้รู้ประวัติรถว่ามีความเป็นมาอย่างไร

 

ลองนำวิธีดูรถมือสองเหล่านี้ไปใช้ดู เชื่อว่าทุกคนทำตามได้แน่นอน แต่ถ้าไม่มั่นใจหรืออยากตรวจสภาพรถมือสองละเอียดกว่านี้ แนะนำให้จ้างช่างมืออาชีพไปช่วยตรวจสอบจะดีกว่า สุดท้ายนี้ อย่าลืมทดลองขับก่อนซื้อรถมือสอง เพราะการซื้อรถทั้งทีไม่ได้จ่ายแบงก์พันเพียง 4-5 ใบ แต่มันคือเงินก้อนใหญ่ ถ้าไม่อยากรู้สึกเสียดายควรดูให้มั่นใจว่ารถมือสองที่เราจะซื้อนั้นดีจริง ๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : car.kapook.com

 


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้