เปรียบเทียบรถไฟฟ้า กับ รถน้ำมัน แบบไหนดีกว่ากัน

Last updated: 28 มี.ค. 2567  |  52285 จำนวนผู้เข้าชม  | 

 รถ EV กับ รถใช้น้ำมัน แบบไหนดี 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการที่ Tesla เข้ามาตีตลาดในไทยนั้น จะช่วยจุดกระแสของรถ EV ให้กลายเป็นที่พูดถึง และได้รับความสนใจมากมายจากคนทั้งประเทศ ผู้ใช้รถหลายคนเริ่มตระหนักถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะเข้ามาแทนที่รถใช้น้ำมันได้หรือไม่ รถแบบไหนเป็นรถยนต์ที่ดีและมีความคุ้มค่ามากกว่ากัน วันนี้ APRTECH จึงได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็น มาเปรียบเทียบรถไฟฟ้ากับรถน้ำมันให้ทุกคนได้เห็นไปพร้อม ๆ กันครับ


รถ EV คืออะไร

รถ EV (Electric Vehicle) คือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% โดยรถยนต์ไฟฟ้าจะมีองค์ประกอบหลักในการทำงาน 3 ส่วน คือ แบตเตอรี่ อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า และมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งขั้นตอนการทำงานของรถ EV จะเริ่มต้นจากแบตเตอรี่ที่เป็นแหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง ตัวแปลงกระแสไฟฟ้าจะดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ไปเปลี่ยนเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ และจะส่งต่อไปยังตัวมอเตอร์เพื่อขับเคลื่อนเครื่องยนต์ของตัวรถให้สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ 

เราลองมาเปรียบเทียบรถไฟฟ้ากับรถน้ำมันกันดูดีกว่าครับว่ารถแบบไหนมีความคุ้มค่ามากกว่ากัน

 

เปรียบเทียบรถไฟฟ้ากับรถน้ำมัน

 

ข้อดีของรถ EV

ข้อดีของรถ EV

  • ชาร์จไฟถูกกว่าเติมน้ำมัน หากขับขี่ในระยะทางที่เท่ากัน รถ EV จะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่ารถใช้น้ำมัน ซึ่งทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องยนต์ อายุการใช้งาน รุ่นของรถ และพฤติกรรมในการขับขี่

  • ชาร์จเองที่บ้านได้ หากติดตั้งเครื่องชาร์จไฟที่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เราก็สามารถชาร์จไฟเองที่บ้านได้โดยไม่ต้องขับออกไปไหน

  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รถ EV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ทำให้ตัวรถไม่สร้างมลพิษเหมือนรถที่ใช้น้ำมัน ถือว่าเป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก

  • เงียบ เบา ไม่มีเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ เพราะรถ EV ทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ตัวรถมีเสียงที่เบาและเงียบกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน

  • มีการออกตัวและอัตราเร่งที่ดีกว่า เนื่องจากรถ EV ทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าก็ทำให้มีอัตราเร่งและการออกตัวที่ดีกว่ารถใช้น้ำมันอย่างเห็นได้ชัด

 

ข้อเสียของรถ EV

  • จุดบริการชาร์จไฟยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าไม่ตอบโจทย์ต่อการเดินทางไกลหรือในบางสถานที่ที่ไม่มีจุดชาร์จคอยให้บริการ

  • ชาร์จไฟนาน การชาร์จไฟแต่ละครั้งจะใช้เวลาค่อนข้างนาน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความจุของตัวแบตเตอรี่หรือรุ่นของรถ

  • ราคาแพง รถ EV ในปัจจุบันยังมีราคาที่ค่อนข้างแพง เพราะรถทั้งคันเต็มไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยที่ถูกนำมาใช้

  • อะไหล่แพง โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่มีราคาค่อนข้างสูง ชิ้นส่วนอื่น ๆ ก็มีให้เปลี่ยนได้ไม่มาก ขาดความหลากหลาย ไม่สามารถปรับแต่งหรือทดแทนได้เท่าที่ควร

  • มีระยะการขับที่สั้นกว่ารถใช้น้ำมัน คนใช้รถ EV จำเป็นต้องคำนวณเส้นทางหรือระยะเวลาในการขับขี่ให้ดี ว่าพลังงงานไฟฟ้าจะเพียงพอต่อการเดินทางหรือไม่ ซึ่งทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับความจุของตัวแบตเตอรี่ว่าสามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าได้มากขนาดไหน

 

ข้อดีของรถใช้น้ำมัน

ข้อดีของรถใช้น้ำมัน

  • เติมน้ำมันได้ทุกที่ สามารถขับหรือเดินทางได้ทุกเส้นทางเพราะปั๊มน้ำมันมีอยู่ทุกที่ ทุกเมือง ทุกจังหวัด อีกทั้งยังเติมได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องคอยนานเหมือนการชาร์จไฟ

  • มีอะไหล่หรือชิ้นส่วนให้เปลี่ยนมากมาย สามารถปรับแต่งหรือเพิ่มเติมชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าและหาซื้อได้ง่ายกว่าอีกด้วย

  • ราคาถูก รถยนต์ใช้น้ำมันมีหลายรุ่นหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกสรร อีกทั้งบางรุ่นก็มีราคาที่ถูกกว่ารถ EV อย่างเห็นได้ชัด

 

ข้อเสียของรถใช้น้ำมัน

  • สร้างมลภาวะทางอากาศ รถใช้น้ำมันจะสร้างมลพิษจากควันที่ออกมาจากท่อไอเสีย ซึ่งส่งผลเสียโดยตรงต่อธรรมชาติและสุขภาพของเรา

  • น้ำมันแพง อย่างที่ทราบกันดีว่าราคาน้ำมันในยุคปัจจุบันนี้กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเรื่อย ๆ นี้ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ใช้รถต้องคอยแบกรับและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

  • เสียงเครื่องยนต์ดัง รถใช้น้ำมันจะมีเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกว่ารถ EV ทำให้สร้างมลพิษทางเสียงได้มากกว่าหลายเท่า

แม้รถแต่ละประเภทจะมีข้อดีและจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป แต่ไม่ว่าจะเป็นรถประเภทไหน เราก็จำเป็นที่จะต้องคอยดูแลรถของเราให้ดีที่สุดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน่าปวดหัวตามมาในภายหลัง ดังนั้นถ้าหากคุณเป็นเจ้าของรถสายจอดที่ไม่มีเวลานำออกไปขับ คุณก็ควรใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่คอยชาร์จไฟให้เต็มอยู่ตลอด เพื่อป้องกันปัญหาอาการแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมจากการจอดทิ้งไว้เป็นเวลานานครับ 

และรถ EV ก็สามารถใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ได้เช่นกัน เพราะแบตเตอรี่ที่เก็บพลังงานไฟฟ้าเพื่อส่งไปเลี้ยงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถนั้น เป็นคนละลูกกับแบตเตอรี่ที่เก็บพลังงานไฟฟ้าเพื่อนำไปขับเคลื่อนเครื่องยนต์ ฉะนั้นหากต้องจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน คุณควรรีบใช้ CTEK ก่อนสาย เพราะอาการแบตเตอรี่เสื่อมจากการจอดนานสามารถเกิดขึ้นได้กับรถทุกคันทุกประเภทครับ

เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK

ป้องกันแบตเตอรี่เสื่อมจากการจอดนาน ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ CTEK MXS 5.0 และครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์ CTEK XS 0.8 เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะที่ขายดีที่สุดในท้องตลาด เทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะจากประเทศสวีเดน ใช้งานง่าย ปลอดภัย รับประกัน 5 ปี ไม่ต้องมีความรู้เรื่องช่างก็สามารถใช้งานได้ในทันที มาพร้อมกับระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม สามารถชาร์จทิ้งไว้ได้เป็นเดือน ๆ โดยไม่ทำให้แบตเตอรี่เสีย เป็นมิตรกับระบบไฟฟ้าภายในตัวรถอย่างแน่นอน

 

พิเศษ! สั่งซื้อตอนนี้รับโปรโมชันราคาพิเศษทันที

CTEK MXS 5.0

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

promotions.co.th
pandastaroil.co.th
gpautoparts.co.th
nissan.co.th

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้