แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์และเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่

Last updated: 12 ก.พ. 2567  |  13034 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์

แบตเตอรี่เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของรถยนต์ที่ทำหน้าที่กักเก็บพลังงานและจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังระบบต่าง ๆ รอบตัวรถ หากแบตเตอรี่เสียหรือเสื่อมสภาพขึ้นมา รถยนต์ก็จะไม่สามารถใช้งานได้อย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้นคุณจึงควรตรวจเช็กสภาพและคอยดูแลแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การใช้งานรถยนต์เป็นไปได้อย่างราบรื่นไม่ติดขัด วันนี้ APRTECH จึงขอรวบรวมความรู้ที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่มาให้ทุกคนได้อ่านกัน เพื่อให้การดูแลรักษาแบตเตอรี่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

รถทั่วไปใช้แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์

รถทั่วไปใช้แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์

อย่างแรกที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่ คือต้องรู้ก่อนว่ารถทั่วไปใช้แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์ คำตอบคือ รถทั่วไปใช้แบตเตอรี่รถยนต์ 12 โวลต์ (V) โดยแบตเตอรี่รถยนต์ที่มีสภาพสมบูรณ์ จะต้องมีแรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 12-12.8V และเมื่อวัดค่าแรงดันไฟหลังจากดับเครื่องยนต์ไป 4-6 ชั่วโมงแล้ว ค่าดังกล่าวจะต้องไม่ต่ำกว่า 12V หากค่าแรงดันไฟ ที่วัดได้ต่ำกว่านั้น แสดงว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพและควรเปลี่ยนใหม่ในทันที โดยแบตเตอรี่รถยนต์ทั่วไปจะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 2-5 ปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ประเภท ขนาด วิธีดูแลรักษา และพฤติกรรมการใช้รถ

ซึ่งนอกจากความรู้ในเรื่องนี้แล้ว เจ้าของรถหลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่า “ค่า CCA แบตเตอรี่” มาบ้าง และอาจจะสงสัยว่าค่า CCA แบตเตอรี่คืออะไร สำคัญอย่างไรกับรถยนต์ เรามาดูความหมายของมันกันครับ

 

ค่า CCA คืออะไรค่า CCA คืออะไร

ค่า CCA แบตเตอรี่ (Cold Cranking Amps) คือ ค่ากระแสไฟฟ้าสูงสุดที่แบตเตอรี่สามารถจ่ายได้ภายใน 30 วินาที ที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส โดยแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วแบตเตอรี่จะไม่ลดลงต่ำกว่า 7.2 โวลต์ ค่า CCA ถือเป็นค่าที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นค่าที่บ่งบอกถึงความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ ยิ่งค่า CCA สูงมากเท่าไหร่ กำลังในการสตาร์ทเครื่องยนต์ก็จะแรงมากขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าหากค่า CCA แบตเตอรี่ต่ำ แบตเตอรี่ลูกนั้นจะมีกำลังในการสตาร์ทน้อย อาจทำให้เราสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ยากหรือสตาร์ทไม่ติดเลยในช่วงที่อากาศเย็น 

อย่างไรก็ตาม ค่า CCA ที่เหมาะสมกับรถแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันไป คุณควรเลือกแบตเตอรี่ที่มีค่า CCA ให้เหมาะสมกับรถรุ่นที่ใช้งานอยู่ โดยค่า CCA ที่แนะนำสำหรับรถยนต์ทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 500-600 CCA สำหรับรถขนาดเล็ก และประมาณ 700-800 CCA สำหรับรถขนาดใหญ่ทั่วไป หรือหากคุณไม่แน่ใจว่าควรเลือกซื้อแบบไหน ก็ควรเลือกใช้แบตเตอรี่ที่มีค่า CCA มากกว่าหรือเท่ากับแบตเตอรี่อันเดิมจะดีที่สุด

 

CTA_CTEK XS 5.0

 

หน่วยวัดต่าง ๆ ของแบตเตอรี่มีอะไรบ้าง

หน่วยต่าง ๆ ของแบตเตอรี่ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

1. หน่วยวัดความจุของแบตเตอรี่

ความจุของแบตเตอรี่ คือปริมาณไฟฟ้าที่แบตเตอรี่สามารถจัดเก็บได้ ซึ่งหน่วยวัดความจุแบตเตอรี่นั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 หน่วย คือ

  • แอมแปร์-ชั่วโมง (Ah) เป็นหน่วยวัดความจุของแบตเตอรี่แบบต่อเนื่อง ซึ่งหมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่แบตเตอรี่สามารถจ่ายได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุ 100 Ah สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ 100 แอมแปร์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง หรือจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ 1 แอมแปร์เป็นเวลา 100 ชั่วโมง
  • วัตต์-ชั่วโมง (Wh) เป็นหน่วยวัดความจุของแบตเตอรี่แบบพลังงาน ซึ่งหมายถึง ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่แบตเตอรี่สามารถจ่ายได้ ตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุ 100 Wh สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ 1 แอมแปร์เป็นเวลา 100 ชั่วโมง หรือจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ 10 แอมแปร์เป็นเวลา 10 ชั่วโมง


2. หน่วยวัดแรงดันไฟฟ้า

  • โวลต์ (V) เป็นหน่วยวัดแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ ซึ่งหมายถึง แรงดันไฟฟ้าที่แบตเตอรี่สามารถจ่ายได้ ยกตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่ที่มีแรงดันไฟฟ้า 12 โวลต์ สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ 1 แอมแปร์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง หรือจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ 10 แอมแปร์เป็นเวลา 12 นาที

 

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยวัดอื่น ๆ ที่ใช้กับแบตเตอรี่อีก เช่น 

  • กระแสไฟฟ้าสูงสุด (C-rate) หมายถึง กระแสไฟฟ้าสูงสุดที่แบตเตอรี่สามารถจ่ายได้โดยไม่ทำให้แบตเตอรี่เสียหาย หน่วยวัดกระแสไฟฟ้าสูงสุดคือ อัตราคูณของขนาดความจุแบตเตอรี่ เช่น แบตเตอรี่ขนาด 100 Ah กระแสไฟฟ้าสูงสุด C-rate 10 คือ 10 แอมแปร์
  • ความต้านทานภายใน (Internal Resistance) หมายถึง ความต้านทานภายในของแบตเตอรี่ หน่วยวัดความต้านทานภายในคือ โอห์ม (Ω) ความต้านทานภายในของแบตเตอรี่มีผลต่อประสิทธิภาพการจ่ายกระแสไฟฟ้าของแบตเตอรี่
  • อายุการใช้งาน (Service Life) หมายถึง ระยะเวลาที่แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ตามปกติ หน่วยวัดอายุการใช้งานคือ ปี

 

อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงจะทราบแล้วนะครับว่ารถทั่วไปใช้แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์ ค่า CCA คืออะไร และหน่วยวัดต่าง ๆ ของแบตเตอรี่มีอะไรบ้าง หวังว่าข้อมูลพื้นฐานที่เรารวบรวมมานี้จะเป็นประโยชน์และช่วยเหลือทุกคนได้ไม่มากก็น้อยนะครับ และอย่าลืมว่าแบตเตอรี่รถยนต์ถือเป็นชิ้นส่วนที่มีความสำคัญ หากเราละเลยหรือมองข้ามไม่ดูแลรักษา แบตเตอรี่ก็จะเสื่อมสภาพจนไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ โดยเฉพาะแบตรถยนต์สายจอดที่ไม่มีเวลานำออกไปขับ เราขอแนะนำวิธีการดูแลแบตเตอรี่ที่ทำให้รถทุกคันในการาจของคุณพร้อมใช้งานทุกเวลา ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะ CTEK จากสวีเดน

 

ยืดอายุแบตเตอรี่รถจอดนาน ด้วย CTEK จากสวีเดน

ยืดอายุแบตเตอรี่รถจอดนาน ด้วย CTEK จากสวีเดน

ปัญหาแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมหรือรถแบตหมด ถือเป็นปัญหาน่าปวดหัวที่มักเกิดขึ้นกับรถยนต์สายจอดที่ไม่ได้ถูกนำออกไปขับเป็นเวลานาน เนื่องจากตัวแบตเตอรี่จะคลายประจุไฟตลอดเวลาในช่วงที่เราไม่ได้ขับ  ทำให้ไฟในตัวแบตเริ่มอ่อนลงเรื่อย ๆ จนส่งผลให้รถมีอาการสตาร์ทติดยาก ไม่มีกำลังไฟในการสตาร์ท ซึ่งถ้าหากเราปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบแก้ไข แบตเตอรี่ก็จะเริ่มเสื่อมสภาพในเวลาไม่นาน ต่อให้แก้ไขด้วยการชาร์จไฟเข้าไปแค่ไหน ตัวแบตก็อาจเก็บไฟไม่อยู่และไม่สามารถใช้งานได้ในที่สุด ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมจากการจอดนาน เราจึงควรนำรถออกไปขับบ้างอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือเลือกใช้ที่ชาร์จแบตรถยนต์ CTEK คอยชาร์จไฟให้เต็มอยู่เสมอ เพราะแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุดคือแบตเตอรี่ที่มีไฟเต็มอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

เครื่องชาร์จ CTEK MXS 5.0

โดย CTEK จะชาร์จไฟด้วยกระแสสูงสุดให้เต็มถึง 80% หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ลดกระแสลงพร้อมตัดไฟอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม 100% เพื่อป้องกันแบตเตอรี่ Overcharge ทำให้เราสามารถชาร์จทิ้งไว้ได้เป็นเดือนโดยไม่ทำให้แบตเตอรี่เสีย สะดวก ไม่ต้องเฝ้า ไม่ต้องคอยสตาร์ทหรือเอารถไปวนขับให้สิ้นเปลืองน้ำมันอีกต่อไป แต่ถ้าชาร์จแล้วไฟไม่เข้าแสดงว่าแบตเริ่มเสื่อม ต้องเปลี่ยนแบตแพงหลักแสน ฉะนั้นรีบใช้ CTEK ก่อนสาย! ยิ่งเป็นแบตใหม่ยิ่งต้องรีบใช้ก่อนที่จะแก้ไขไม่ได้อีก

โดยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK ที่อยากแนะนำให้คุณได้ลองใช้คือ CTEK MXS 5.0 เป็นเครื่องชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ (รถ EV ก็ใช้ได้) มีกระแสชาร์จสูงสุด 5A สำหรับแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด 12V ขนาด 1.2 - 110Ah รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ไม่มีความรู้เรื่องช่างก็สามารถใช้งานได้ ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติแทบทั้งหมด ตัวเครื่องนั้นมีขนาดเล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา แต่ทนทานสูงสุด รับประกันถึง 5 ปี หากคุณกำลังมองหาเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงมอเตอร์ไซค์หรือบิ๊กไบค์ CTEK MXS 5.0 ตอบโจทย์ความต้องการของคุณอย่างแน่นอน ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก CTEK MXS 5.0

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
b-quik

 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้