SoH แบตเตอรี่ คือ อะไร? เจาะลึกวิธีเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ และเทคนิคยืดอายุให้นานขึ้น

Last updated: 25 ก.ย. 2569  |  20 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชาร์จแบตรถไฟฟ้า

สำหรับผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า "SoH" ผ่านหูกันมาบ้าง โดยเฉพาะเวลาที่รู้สึกว่าทำไมชาร์จเต็มแล้วแต่แบตเตอรี่กลับหมดไวกว่าเดิม หรือระยะทางวิ่งของรถไฟฟ้าเริ่มลดลง แต่ SoH แบตเตอรี่ คือ อะไรกันแน่? มีความสำคัญอย่างไรต่อการใช้งานระยะยาว แล้วเจ้าของรถจะรักษาค่านี้ได้อย่างไรไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมก่อนเวลาอันควร บทความนี้มีคำตอบ

 

SoH แบตเตอรี่ คืออะไร? เจาะลึกวิธีเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ และเทคนิคยืดอายุให้นานขึ้น

SoH แบตเตอรี่ คือ ค่าที่บอก "สถานะสุขภาพ" (State of Health) ของแบตเตอรี่ว่าตอนนี้ยังเก็บไฟและจ่ายไฟได้ดีกี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับตอนที่เพิ่งผลิตออกมาจากโรงงานใหม่ๆ หากค่า SoH ลดลง จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) วิ่งได้ระยะทางสั้นลง หรือทำให้แบตเตอรี่รถน้ำมันจ่ายไฟสตาร์ทเครื่องยนต์ได้น้อยลงนั่นเอง

 

ความแตกต่างระหว่าง SoH และ SoC

เวลาขับรถ EV หรือดูหน้าปัดรถ เรามักจะเจอตัวย่อสองตัวนี้อยู่คู่กันเสมอ ลองจำง่ายๆ แบบนี้

  • SoH (State of Health): สุขภาพและความจุสูงสุดที่แบตเตอรี่รับได้ ณ ปัจจุบัน (เปรียบเสมือน "ขนาดของแก้วน้ำ" ที่เล็กลงเรื่อยๆ ตามอายุการใช้งาน)
  • SoC (State of Charge): ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่ในแบตเตอรี่ ณ ขณะนั้น (เปรียบเสมือน "ระดับน้ำในแก้ว" ที่เพิ่มลดตามการชาร์จและการใช้งาน)

ตัวอย่างให้เห็นภาพ: ถ้าหน้าจอรถ EV ของคุณขึ้นว่า SoC 100% (ชาร์จแบตเต็มแก้ว) แต่ตัวรถมีค่า SoH เหลือแค่ 75% นั่นหมายความว่า รถคันนี้จะวิ่งได้ระยะทางสูงสุดแค่ 75% ของสเปกเดิมตอนซื้อรถมาใหม่ ๆ เท่านั้น

 

ทำไมเจ้าของรถต้องให้ใส่ใจค่า SoH?

ไม่ว่าคุณจะขับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถน้ำมัน ค่า SoH เป็นตัวบอกความปลอดภัย และการเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนเกิดปัญหา

1. ค่า SoH กับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • ส่งผลต่อระยะทางวิ่งจริง: ยิ่ง SoH ลดลง ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้งก็ยิ่งลดลงตามไปด้วย ใครที่เคยวิ่งได้ 400 กิโลเมตร อาจจะเหลือแค่ 300 กิโลเมตร ทำให้ต้องแวะชาร์จไฟบ่อยขึ้น
  • ตัวตัดสินราคาขายต่อในตลาดมือสอง: เวลาจะขายรถ EV มือสอง ราคาจะตกหรือได้ราคาดี วัดกันที่ค่า SoH เป็นหลัก ถ้ารถเรามีค่า SoH แบตเตอรี่ สูง คนซื้อต่อก็อุ่นใจว่าไม่ต้องควักเงินแสนไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่
  • ความเร็วในการชาร์จช้าลง: แบตเตอรี่ที่ SoH ต่ำจะเกิดความร้อนได้ง่าย รถจะสั่งการลดความเร็วในการชาร์จลง ทำให้เราต้องเสียเวลารอชาร์จนานขึ้น

2. ค่า SoH แบตเตอรี่ของรถยนต์น้ำมันและรถไฮบริด (แบตเตอรี่ 12V)

  • ป้องกันปัญหารถสตาร์ทไม่ติด: แบตเตอรี่ 12V ที่ SoH ต่ำลง จะจ่ายกระแสไฟสตาร์ท (CCA) ได้น้อยลง ทำให้เสี่ยงต่อการสตาร์ทไม่ติด
  • ป้องกันระบบไฟและกล้องในรถรวน: ถ้า SoH แบต 12V เริ่มเสื่อม แรงดันไฟจะตก ส่งผลให้คอมพิวเตอร์ควบคุมรถ (ECU), หน้าจอ หรือระบบความปลอดภัยทำงานผิดปกติได้

 

วิธีวัดค่า SoH แบตเตอรี่รถยนต์ ดูตรงไหน?

การวัดค่า SoH ในปัจจุบันทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับประเภทของรถยนต์และอุปกรณ์ที่มี

วิธีดูค่า SoH ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

แบตเตอรี่แรงดันสูงในรถ EV จะมีระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า BMS (Battery Management System) คอยคำนวณสุขภาพแบตเตอรี่ให้อยู่แล้ว สามารถเช็กได้โดย

  • ดูผ่านหน้าจอจอมอนิเตอร์ในรถ: รถ EV รุ่นใหม่ ๆ หลายค่ายสามารถกดเข้าไปดูเปอร์เซ็นต์ Battery Health ในเมนูตั้งค่าได้เลย
  • ใช้เครื่องสแกน OBD2: เสียบอุปกรณ์สแกนเข้ากับพอร์ต OBD2 ของตัวรถ แล้วอ่านค่า SoH ผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ ซึ่งวิธีนี้จะเห็นละเอียดระดับความจุเซลล์แบตเตอรี่


วิธีดูค่า SoH ของรถยนต์น้ำมัน

แบตเตอรี่ 12V (แบบตะกั่ว-กรด หรือ AGM) ไม่มีหน้าจอคอยบอกเปอร์เซ็นต์ ต้องให้ช่างตามร้านแบตเตอรี่ใช้ เครื่องวัดแบตเตอรี่ดิจิทัล (Digital Battery Tester) หนีบขั้วแบต เพื่อวัดค่าความต้านทานภายใน ควบคู่กับค่ากระแสสตาร์ท (CCA) แล้วเครื่องจะคำนวณออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ SoH ให้เราเห็น

 

ตารางแปลผลค่า SoH เท่าไหร่ยังไหว เท่าไหร่ควรเปลี่ยน?

ค่า SoH (%)สถานะสุขภาพแบตเตอรี่ผลกระทบที่เกิดขึ้นข้อแนะนำที่ควรทำ
80% - 100%สุขภาพดีเยี่ยมสภาพสมบูรณ์ วิ่งได้ระยะทางเต็มสเปกใช้งานและชาร์จไฟตามปกติได้เลย
70% - 79%เริ่มเสื่อมตามกาลเวลาระยะทางวิ่งเริ่มลดลงเล็กน้อยพยายามลดการใช้ DC Fast Charge บ่อย ๆ
50% - 69%เสื่อมสภาพชัดเจนระยะทางลดลงเห็นได้ชัด / ไฟสตาร์ทเริ่มตกเตรียมงบเปลี่ยนแบต หรือเช็กเงื่อนไขประกัน
ต่ำกว่า 50%เสื่อมขั้นรุนแรงจ่ายไฟไม่นิ่ง เสี่ยงรถดับหรือสตาร์ทไม่ติด

ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ทันที เพื่อความปลอดภัย

 

  • SoH 80% - 100%: สุขภาพดีเยี่ยม ใช้งานได้ตามปกติ
  • SoH 70% - 79%: เริ่มเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ประสิทธิภาพอาจลดลงเล็กน้อย
  • SoH 50% - 69%: แบตเตอรี่เริ่มมีปัญหา การขับขี่อาจไม่เสถียร หากเป็นรถ EV ระยะทางจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • SoH ต่ำกว่า 50%: แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม ขั้นรุนแรง แนะนำให้เปลี่ยนทันทีเพื่อความปลอดภัย

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการประกันแบต EV: ค่ายรถ EV ส่วนใหญ่จะรับประกันแบตเตอรี่ High-Voltage หากค่า SoH ลดลงต่ำกว่า 70% (หรือ 75% ในบางแบรนด์) ภายในระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ลองเช็กเงื่อนไขของค่ายรถที่คุณใช้ดู

 

5 เคล็ดลับ ช่วยถนอมค่า SoH ให้อยู่ยาว ๆ

1.คุมระดับไฟไว้อยู่ที่ 20% - 80%
พยายามอย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง 0% และอย่าชาร์จทิ้งไว้ 100% ข้ามคืนบ่อย ๆ ใช้หลัก 20% – 80% เป็นมาตรฐาน เพื่อลดความเค้นเคมี (Chemical Stress) และความร้อนสะสมภายในเซลล์

2. อย่าติดการชาร์จเร็ว (DC Fast Charge) มากเกินไป
แม้จะสะดวกสบาย แต่การอัดไฟแรงสูงจะเกิดความร้อนสะสมในแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้ค่า SoH ลดลงไว ชาร์จแบบ AC Normal Charge ที่บ้านดีที่สุด

3. เลี่ยงการจอดรถตากแดดจัดนาน ๆ
ความร้อนสะสมจากแดดเมืองไทยนี่แหละที่ทำลายสารเคมีภายในแบตเตอรี่ได้ไวที่สุด ถ้าเลือกได้ จอดในร่มดีกว่าเยอะ

4. ไม่ได้ใช้รถนาน อย่าปล่อยแบตหมด
ถ้าจำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้นานหลายสัปดาห์ ให้ชาร์จไฟทิ้งไว้ อย่าจอดทิ้งไว้ตอนแบตใกล้หมด เพราะจะเกิดภาวะคายประจุลึก (Deep Discharge) จนแบตพังได้

5. หมั่นดูแลแบตเตอรี่ 12V
ไม่ว่าจะเป็นรถน้ำมัน หรือรถ EV ทุกคันต่างมีแบต 12V สำหรับเลี้ยงระบบคอมพิวเตอร์ในรถ ถ้าระดับไฟตกบ่อย ๆ แบตจะเสื่อมไว และส่งผลให้ค่า SoH ต่ำลง

 

การตรวจเช็กแบตเตอรี่รถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้คุณอุ่นใจทุกครั้งที่ออกเดินทาง อย่ารอให้รถดับกลางทางถึงค่อยดูแล เพราะสุขภาพของแบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญของยานพาหนะคู่ใจของคุณ

 

อย่ารอให้แบตเสื่อม ดูแลค่า SoH ให้พร้อมใช้ด้วย CTEK

แบตเตอรี่ก็เหมือนอุปกรณ์ส่วนอื่นของรถที่เสื่อมลงตามอายุและการใช้งาน ยิ่งถ้ารถจอดนาน ไม่ค่อยได้ขับ หรือเคยเจออาการไฟอ่อนบ่อย ๆ แบตเตอรี่ก็อาจมีประจุไม่เพียงพอจนวันหนึ่งสตาร์ทรถไม่ติดได้

สำหรับเจ้าของรถ EV นอกจากแบตเตอรี่ลูกใหญ่ที่ใช้ขับเคลื่อนรถแล้ว ยังมี แบตเตอรี่รถไฟฟ้า 12V ที่ทำหน้าที่จ่ายไฟให้ระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ ซึ่งหากแบตเตอรี่ 12V มีไฟไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้รถไม่พร้อมใช้งานได้ แม้แบตเตอรี่หลักจะยังมีไฟอยู่ก็ตาม

การดูแลแบตเตอรี่ 12V จึงไม่ควรรอจนเริ่มมีอาการ สำหรับรถที่จอดนานหรือใช้งานไม่บ่อย สามารถใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK เพื่อช่วยชาร์จและรักษาระดับประจุของแบตเตอรี่ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ช่วยลดโอกาสเจอปัญหาแบตไฟอ่อนเมื่อต้องการใช้รถ

เพราะสุดท้ายแล้ว การดูแลแบตเตอรี่ตั้งแต่ยังใช้งานได้ดี ย่อมง่ายกว่าการต้องมาแก้ปัญหาตอนรถสตาร์ทไม่ติดในวันที่จำเป็นต้องใช้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้