ค่า SoC แบตเตอรี่ คืออะไร? เข้าใจ % แบตและการดูแล

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  40 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วัดค่า SoC แบตเตอรี่

ไม่ว่าจะขับรถน้ำมัน รถ Hybrid หรือรถ EV ทุกคันต่างต้องพึ่งพาระบบแบตเตอรี่ เพียงแต่ประเภท ขนาด และหน้าที่ของแบตเตอรี่จะแตกต่างกันไปตามระบบของรถ

หนึ่งในค่าที่ใช้บอกสถานะของแบตเตอรี่คือ SoC หรือ State of Charge ซึ่งถ้าเป็นรถ EV เราจะคุ้นเคยในรูปของตัวเลขเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่บนหน้าจอ ส่วนแบตเตอรี่ 12V ในรถทั่วไป ค่า SoC อาจไม่ได้แสดงให้เจ้าของรถเห็นตลอดเวลา แต่สามารถประเมินหรือตรวจวัดได้ด้วยระบบหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม

แล้ว ค่า SoC แบตเตอรี่ คือ อะไร? SoC 100% หมายความว่าแบตเตอรี่ยังมีสุขภาพดี 100% ด้วยหรือไม่? และเจ้าของรถควรรู้ค่านี้ไปทำไม มาทำความเข้าใจกัน

 

SoC แบตเตอรี่ คืออะไร? เข้าใจง่าย ๆ เหมือนดูเกจน้ำมัน

ค่า SoC ย่อมาจาก State of Charge คือค่าที่ใช้บอกระดับประจุที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่ ณ ขณะนั้นเมื่อเทียบกับความจุที่สามารถใช้งานได้ โดยมักแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ 0–100%

ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ SoC ก็คล้ายกับ เกจน้ำมันของรถ

  • SoC สูง = แบตเตอรี่ยังมีประจุอยู่มาก
  • SoC ต่ำ = แบตเตอรี่เหลือประจุน้อยและอาจถึงเวลาต้องชาร์จ
  • SoC 100% = แบตเตอรี่ถูกชาร์จจนถึงระดับที่ระบบกำหนดว่าเต็ม

 

แต่มีจุดสำคัญที่เจ้าของรถควรรู้ คือ SoC 100% ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพของแบตเตอรี่ยังอยู่ที่ 100%

เพราะ SoC บอกว่า “ตอนนี้มีไฟอยู่เท่าไร” ไม่ได้บอกว่า “แบตเตอรี่เสื่อมไปแล้วแค่ไหน” ซึ่งเป็นหน้าที่ของอีกค่าหนึ่งที่เรียกว่า SoH

 

ค่า SoC vs SoH vs DoD ต่างกันอย่างไร? จำง่าย ๆ ไม่ต้องเป็นช่างก็เข้าใจได้

เวลาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับแบตเตอรี่ มักเจอคำว่า SoC, SoH และ DoD อยู่ด้วยกัน แต่จริง ๆ แล้วทั้ง 3 ค่าตอบคนละคำถาม

ค่าย่อมาจากบอกอะไร
SoCState of Chargeตอนนี้แบตเตอรี่มีประจุเหลืออยู่เท่าไร
SoHState of Healthสุขภาพหรือความสามารถของแบตเตอรี่เมื่อเทียบกับสภาพใหม่
DoDDepth of Dischargeมีการใช้ประจุออกจากแบตเตอรี่ไปมากแค่ไหน

ลองนึกภาพแบตเตอรี่เป็น แก้วน้ำ

SoH คือสภาพและความจุของแก้วที่เหลืออยู่ ส่วน SoC คือปริมาณน้ำที่อยู่ในแก้วตอนนี้

ดังนั้น แบตเตอรี่ที่ใช้งานมานานสามารถมี SoC 100% ได้ แต่ความจุที่เก็บได้จริงอาจลดลงจากตอนใหม่เนื่องจากแบตเตอรี่เสื่อมตามอายุและการใช้งาน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า “ชาร์จเต็ม” กับ “แบตเตอรี่สุขภาพดี” จึงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

 

ค่า SoC สำคัญกับเจ้าของรถอย่างไร?

รถน้ำมันไม่แสดงค่า SoC แบตเตอรี่ บนหน้าปัด

ความสำคัญของ SoC จะแตกต่างกันเล็กน้อยตามประเภทของแบตเตอรี่และรถที่ใช้งาน

 

ค่า SoC ของรถน้ำมัน

แบตเตอรี่ 12V มีหน้าที่สำคัญในการสตาร์ทเครื่องยนต์และจ่ายไฟให้ระบบต่าง ๆ หากระดับประจุต่ำมาก รถอาจเริ่มมีอาการสตาร์ทติดยากหรือไม่สามารถสตาร์ทได้

ซึ่งรถน้ำมันส่วนใหญ่ไม่ได้แสดง SoC ของแบตเตอรี่ 12V เป็นเปอร์เซ็นต์บนหน้าปัด เจ้าของรถจึงมักรู้ตัวเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ หรือตรวจพบจากเครื่องทดสอบแบตเตอรี่

 

ค่า SoC ของรถ Hybrid และ PHEV

รถกลุ่มนี้มีระบบแบตเตอรี่มากกว่าหนึ่งส่วน ทั้งแบตเตอรี่ที่เกี่ยวข้องกับระบบขับเคลื่อนและระบบแบตเตอรี่แรงดันต่ำ โดยรถจะมีระบบควบคุมการชาร์จและการคายประจุให้เหมาะสมกับการทำงาน

 

ค่า SoC ของรถ EV

SoC เป็นค่าที่เจ้าของรถเห็นชัดที่สุด เพราะเปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่ High-Voltage ถูกนำมาใช้ช่วยวางแผนระยะทางและการชาร์จ คล้ายกับการดูระดับน้ำมันในรถเครื่องยนต์สันดาป

แต่รถ EV ยังมีระบบแบตเตอรี่แรงดันต่ำ หรือ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า 12 V สำหรับจ่ายไฟให้ระบบควบคุมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถด้วย จึงไม่ได้มีเพียงแบตเตอรี่ลูกใหญ่ที่เจ้าของรถควรให้ความสำคัญ

 

ทำไมบางครั้งค่า SoC หรือ % แบตเตอรี่ถึงดูไม่ตรง?

โดยเฉพาะในรถ EV เจ้าของรถบางคนอาจเคยเจอว่าเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ลดไม่เท่ากันตลอดการเดินทาง หรือระยะทางที่รถคาดว่าจะวิ่งได้เปลี่ยนไปจากตอนออกเดินทาง

เหตุผลหนึ่งคือ SoC เป็นค่าที่ระบบต้องประเมิน ไม่ใช่การวัดปริมาณพลังงานในแบตเตอรี่โดยตรงแบบการใช้ไม้บรรทัดวัดระดับน้ำ

ระบบ BMS (Battery Management System) จะนำข้อมูลหลายอย่างมาประกอบการคำนวณ เช่น กระแสไฟเข้า-ออก แรงดัน อุณหภูมิ และพฤติกรรมของแบตเตอรี่

นอกจากนี้ ตัวเลข “ระยะทางที่เหลือ” ของรถ EV ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น

  • ความเร็วในการขับ
  • การเร่งและเบรก
  • สภาพเส้นทาง
  • อุณหภูมิ
  • การใช้เครื่องปรับอากาศ
  • รูปแบบการขับที่ผ่านมา

 

ดังนั้น ถ้าระยะทางคงเหลือเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่าแบตเตอรี่กำลังเสื่อมทันที

แต่หากเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ลดผิดปกติอย่างต่อเนื่อง หรือพฤติกรรมของแบตเตอรี่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดจากการใช้งานปกติ ควรนำรถเข้าตรวจสอบระบบเพิ่มเติม

 

กฎชาร์จ 20–80% ใช้กับแบตเตอรี่รถทุกประเภทไหม?

ev car กำลังชาร์จแบตเตอรี่

คำตอบคือ “ไม่ใช่”

คำแนะนำเรื่องการรักษาระดับประจุประมาณ 20–80% ที่ได้ยินกันบ่อย ส่วนใหญ่พูดถึงการดูแล แบตเตอรี่ Lithium-ion โดยเฉพาะแบตเตอรี่ขับเคลื่อนของรถ EV เพื่อลดเวลาที่เซลล์อยู่ในระดับประจุสูงหรือต่ำมากเป็นเวลานาน

แต่ไม่ได้หมายความว่าแบตเตอรี่รถยนต์ทุกประเภทควรถูกใช้งานตามกฎ 20–80%

ตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่ 12V แบบตะกั่ว-กรดหรือ AGM ที่ใช้ในรถยนต์จำนวนมาก โดยทั่วไปควรได้รับประจุอย่างเพียงพอ ไม่ควรตั้งใจปล่อยให้เหลือ 20% แล้วค่อยชาร์จเหมือนแนวทางที่ใช้กับแบตเตอรี่ขับเคลื่อน EV

ส่วนรถ EV เองก็ไม่จำเป็นต้องยึด 20–80% แบบตายตัวทุกคัน เพราะคำแนะนำขึ้นอยู่กับชนิดของแบตเตอรี่และการจัดการแบตเตอรี่ของผู้ผลิต

รถที่ใช้แบตเตอรี่ LFP บางรุ่นอาจมีคำแนะนำให้ชาร์จถึง 100% เป็นระยะ เพื่อช่วยให้ระบบประเมิน SoC ได้แม่นยำ ขณะที่รถที่ใช้แบตเตอรี่เคมีประเภทอื่นอาจมีคำแนะนำแตกต่างออกไป

วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับเจ้าของรถคือ ยึดคำแนะนำเรื่องการชาร์จจากผู้ผลิตรถรุ่นที่ใช้อยู่เป็นหลัก มากกว่าการใช้กฎเดียวกับรถทุกคัน

 

อย่าดูแต่แบตลูกใหญ่ รถ EV ยังมีแบตเตอรี่ 12V ที่ต้องดูแล

เวลาพูดถึงแบตเตอรี่รถ EV หลายคนจะนึกถึงแบตเตอรี่ High-Voltage ลูกใหญ่ที่ใช้ขับเคลื่อนรถเป็นอันดับแรก แต่รถ EV ยังมีระบบแบตเตอรี่แรงดันต่ำสำหรับจ่ายไฟให้ระบบควบคุมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ

ในรถหลายรุ่นจะพบ แบตเตอรี่รถไฟฟ้า 12V ซึ่งทำหน้าที่ต่างจากแบตเตอรี่ High-Voltage และมีระดับประจุของตัวเองที่ระบบต้องจัดการ

หากแบตเตอรี่แรงดันต่ำมีประจุไม่เพียงพอ อาจทำให้รถมีปัญหาในการเปิดระบบหรือเริ่มต้นการทำงานได้ แม้แบตเตอรี่ High-Voltage จะยังมีประจุอยู่ก็ตาม

เจ้าของรถ EV จึงไม่ควรดูเพียงเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ลูกใหญ่บนหน้าจอ แต่ควรทำความเข้าใจวิธีดูแล แบตเตอรี่รถไฟฟ้า 12V ให้เหมาะกับรถรุ่นที่ใช้อยู่ด้วย

 

รถจอดนาน ดูแลระดับประจุแบตเตอรี่ให้พร้อมใช้ด้วย CTEK

เครื่องชาร์จ CTEK สำหรับรถจอดนาน ไม่ค่อยได้ขับ

รถที่จอดนานหรือไม่ค่อยได้ใช้งานก็มีโอกาสเจอปัญหาแบตเตอรี่ประจุต่ำได้ เพราะแม้จะดับเครื่องหรือปิดรถแล้ว ระบบบางส่วนยังสามารถดึงไฟจากแบตเตอรี่ เช่น ระบบกันขโมย ระบบ Keyless หรือโมดูลอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

สำหรับรถน้ำมัน ปัญหานี้อาจทำให้แบตเตอรี่ 12V มีประจุไม่เพียงพอจนสตาร์ทรถไม่ติด ส่วนรถ Hybrid และ EV ระบบการจัดการแบตเตอรี่แรงดันต่ำจะแตกต่างกันตามการออกแบบของรถแต่ละรุ่น

หากเป็นแบตเตอรี่ 12V ที่ผู้ผลิตอนุญาตให้ใช้เครื่องชาร์จภายนอก การใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์คุณภาพดี ก็เป็นอีกทางเลือกในการช่วยชาร์จและรักษาระดับประจุ โดยเฉพาะรถที่ใช้เฉพาะวันหยุด มีรถหลายคันสลับกันใช้ หรือต้องจอดทิ้งไว้เป็นเวลานาน

และถ้ากำลังเลือกเครื่องชาร์จที่ไว้ใจได้ CTEK ก็คือหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก โดยมีประสบการณ์ผลิตและพัฒนาโซลูชันแบบ OEM ให้กับแบรนด์ Supercar และรถยนต์หรูชั้นนำ เช่น Mercedes-Benz, Porsche, BMW, Audi, Ferrari, Lamborghini, Rolls-Royce, Bentley, McLaren และ Lexus จึงเป็นอีกตัวเลือกสำหรับเจ้าของรถที่ต้องการดูแลแบตเตอรี่ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอv

ต้องจอดรถทิ้งไว้นาน? เลือก CTEK รุ่นที่เหมาะกับรถของคุณ และสั่งซื้อได้เลยวันนี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้