Last updated: 30 ก.ย. 2569 | 14 จำนวนผู้เข้าชม |

สำหรับบ้านที่มีรถมากกว่าหนึ่งคัน ปัญหาที่เจอบ่อยอาจไม่ใช่เรื่องรถไม่พอใช้ แต่กลับกลายเป็น รถบางคันที่แทบไม่ได้ใช้เลย
ยิ่งช่วงหลังหลายบ้านซื้อรถ EV มาเพิ่มจากรถน้ำมันคันเดิม พอใช้ EV ไปทำงานหรือขับในชีวิตประจำวันบ่อยขึ้น รถน้ำมันที่เคยขับทุกวันก็อาจกลายเป็นรถสำหรับเดินทางต่างจังหวัด รถวันหยุด หรือบางครั้งจอดอยู่หลายสัปดาห์กว่าจะได้สตาร์ทอีกครั้ง
ตรงนี้เองที่ทำให้เจ้าของรถหลายคนเริ่มสงสัยว่า ถ้ามีทั้งรถน้ำมันและ EV อยู่ที่บ้าน จำเป็นต้องมีเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ 12V ไว้ด้วยหรือไม่
จริง ๆ แล้วจำนวนรถไม่ใช่ตัวตัดสินหลัก สิ่งที่ควรดูมากกว่าคือ รถแต่ละคันถูกใช้งานถี่แค่ไหน และมีช่วงที่ต้องจอดต่อเนื่องนานหรือเปล่า เพราะแม้รถจะไม่ได้วิ่ง แบตเตอรี่ 12V ก็ยังมีโอกาสคายประจุไฟอยู่เรื่อย ๆ
หลายคนน่าจะเคยคิดว่า ถ้ารถจอดเฉย ๆ ไม่ได้เปิดแอร์ ไม่ได้เปิดไฟ และไม่ได้สตาร์ท ก็น่าจะไม่มีอะไรดึงไฟจากแบตเตอรี่
แต่รถยุคใหม่ยังมีระบบหลายส่วนที่ทำงานหรืออยู่ในโหมดเตรียมพร้อมขณะจอด เช่น ระบบกันขโมย ระบบ Keyless ระบบสื่อสาร หรือโมดูลอิเล็กทรอนิกส์ภายในรถ ขณะเดียวกันแบตเตอรี่เองก็มีการคายประจุตามธรรมชาติเองอยู่แล้วด้วย
ถ้ารถถูกใช้งานเป็นประจำ ไดชาร์จของรถน้ำมันจะช่วยเติมประจุกลับระหว่างขับ แต่เมื่อรถคันนั้นถูกจอดนานขึ้น โอกาสที่ประจุจะค่อย ๆ ลดลงจนไม่เพียงพอสำหรับการสตาร์ทก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น หลังซื้อ EV มาแล้วพบว่ารถน้ำมันคันเดิมถูกขับน้อยลง สิ่งที่ควรสังเกตไม่ใช่แค่ว่า “จอดมานานกี่วัน” แต่ควรดูด้วยว่ารูปแบบการใช้รถเปลี่ยนไปจากเดิมมากแค่ไหน

โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องมีเครื่องชาร์จหนึ่งเครื่องต่อรถหนึ่งคัน หากไม่ได้ต้องดูแลรถทุกคันพร้อมกัน
บ้านที่มีรถหลายคันสามารถเลือกเครื่องชาร์จที่รองรับแบตเตอรี่ของรถที่มีอยู่ แล้วนำมาสลับใช้กับรถคันที่จอดนานตามช่วงเวลาได้
ก่อนเลือกเครื่องชาร์จ ลองดูจากการใช้งานจริงก่อนว่า
ตัวอย่างเช่น ถ้าที่บ้านมี EV หนึ่งคัน และรถน้ำมันหนึ่งคัน แต่ใช้ EV ไปทำงานทุกวัน ส่วนรถน้ำมันเอาออกมาใช้เฉพาะวันหยุด เครื่องชาร์จก็มักจะมีบทบาทกับรถน้ำมันมากกว่า เพราะเป็นคันที่มีช่วงเวลาจอดนานกว่า
มีเช่นกัน แม้รถ EV จะมีแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาดใหญ่สำหรับขับเคลื่อนรถ แต่ยังมีระบบไฟแรงดันต่ำที่ใช้แบตเตอรี่ 12V สำหรับอุปกรณ์และระบบควบคุมภายในรถหลายส่วน
อย่างไรก็ตาม วิธีที่รถ EV แต่ละรุ่นจัดการและชาร์จแบตเตอรี่ 12V อาจไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรนำเครื่องชาร์จภายนอกมาต่อทันทีเพียงเพราะเห็นว่าเป็นแบตเตอรี่ 12V เหมือนรถน้ำมัน
ทางที่ปลอดภัยกว่าคือ ตรวจสอบคู่มือของรถหรือคำแนะนำจากผู้ผลิตก่อนว่ารถรุ่นนั้นสามารถใช้เครื่องชาร์จภายนอกได้หรือไม่ และมีขั้นตอนการเชื่อมต่ออย่างไร
หากอยากทำความเข้าใจเรื่องนี้เพิ่มเติม สามารถอ่านแนวทางการดูแล แบตเตอรี่รถไฟฟ้า 12V เพื่อดูว่าระบบแบตเตอรี่แรงดันต่ำของ EV แตกต่างจากที่หลายคนเข้าใจอย่างไร

วิธีง่ายที่สุดคือ ลองจัดรถในบ้านตามความถี่ในการใช้งาน รถที่ขับทุกวันมักไม่ใช่คันที่ต้องกังวลมากที่สุด แต่รถที่ใช้สัปดาห์ละครั้ง เดือนละไม่กี่ครั้ง หรือมีช่วงจอดยาวต่อเนื่อง คือกลุ่มที่ควรใส่ใจเรื่องระดับประจุไฟของแบตเตอรี่เป็นพิเศษ
หากรู้ล่วงหน้าว่ารถจะไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน การเลือกเครื่องชาร์จที่สามารถดูแลและรักษาระดับประจุของแบตเตอรี่ระหว่างจอดได้ เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดความจำเป็นในการนำรถออกมาขับเพียงเพื่อเติมไฟกลับเข้าแบตเตอรี่
สำหรับเจ้าของรถที่มีรถหลายคัน หรือมีรถบางคันที่จอดนานและไม่ได้ใช้งานเป็นประจำ การมีเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ไว้ที่บ้านช่วยให้ดูแลแบตเตอรี่ 12V ได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะเครื่องชาร์จที่สามารถทั้งชาร์จและรักษาระดับประจุในช่วงที่รถไม่ได้ใช้งาน
CTEK แบรนด์จากประเทศสวีเดนที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการชาร์จและดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ และได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตรถยนต์มากที่สุดในโลก เช่น Mercedes-Benz, Porsche, Rolls-Royce, Lamborghini, Ferrari, McLaren, Bentley, Maserati, BMW, Mini, Audi, Jaguar, Lexus, Koenigsegg, Chrysler, Jeep และอื่น ๆ อีกมากมาย
หากกำลังมองหาเครื่องชาร์จไว้ดูแลรถที่บ้าน สามารถเลือกดู เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ CTEK แต่ละรุ่น เปรียบเทียบคุณสมบัติให้เหมาะกับประเภทแบตเตอรี่และการใช้งานของรถ แล้วเลือกซื้อรุ่นที่เหมาะกับรถของคุณได้เลย
30 ก.ย. 2569
30 ก.ย. 2569
30 ก.ย. 2569
30 ก.ย. 2569