Last updated: 29 ก.ค. 2569 | 13411 จำนวนผู้เข้าชม |

สรุปย่อ เลือกรถ EV ยี่ห้อไหนดีให้เหมาะกับคุณ
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าสักคันมาใช้ นอกจากเรื่องดีไซน์หรือสีที่ถูกใจแล้ว แต่ยังกังวลว่า ซื้อไปแล้วจะตกรุ่นไวไหม? หรือราคาขายต่อจะดิ่งเหวหรือเปล่า? APRTECH จะพาไปดูว่า รถยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ที่มียอดขายสูงสุดในปีนี้
ข้อมูลจาก ttb analytics คาดปี 2569 คาดการณ์ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ป้ายแดงในไทยจะพุ่งแตะ 1.53 แสนคัน (เติบโต 28.5%) ครองส่วนแบ่งถึง 25.1% ของตลาดรถยนต์ป้ายแดงทั้งหมด โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจาก
แต่ก็ยังมีข้อควรระวังเรื่องสถานีชาร์จสาธารณะที่ยังคงเติบโตไม่ทันปริมาณรถ โดยมีสัดส่วนสะสมสูงถึง 23 คันต่อ 1 หัวชาร์จ (เกินเกณฑ์มาตรฐาน IEA ที่แนะนำไว้ที่ 1015 คันต่อ 1 หัวชาร์จ) และจุดชาร์จส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่าครึ่ง การมีเครื่องชาร์จหรือระบบชาร์จที่บ้านจึงยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ใช้ EV
| อันดับ / แบรนด์ | ยอดจดทะเบียน (Q1) | รุ่นเด่นประจำปี | จุดเด่นหลัก | ข้อพิจารณาสำคัญ |
|---|---|---|---|---|
| 1. BYD | 12,492 คัน | Dolphin, Atto 3, Sealion 7, Seal | สมรรถนะดี ออพชั่น คุ้มค่า ศูนย์บริการครอบคลุมที่สุด | นโยบายปรับลดราคาในอดีตส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านเสถียรภาพราคา |
| 2. JAECOO | 10,240 คัน | JAECOO 5 EV, JAECOO 6 | ดีไซน์พรีเมียมสไตล์ยุโรป, ออฟชั่นออฟโรดอัจฉริยะคุ้มราคา | แบรนด์ใหม่ ต้องพิสูจน์ความทนทานและบริการหลังการขายระยะยาว |
| 3. GAC AION | 6,887 คัน | Aion UT, Aion Y Plus, Hyptec HT | ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายที่สุด, ประกันแบตเตอรี่ระยะยาว | ดีไซน์ภายนอกเฉพาะกลุ่ม, การรับรู้แบรนด์ในกลุ่มผู้ซื้อรายย่อยยังเป็นรอง |
| 4. MG | 6,876 คัน | MG4 EV, MG S5, MG Maxus 7/9 | แพลตฟอร์มขับสนุก เกาะถนนดีเยี่ยม, ศูนย์บริการครอบคลุม | อัตราประหยัดพลังงานเป็นรองคู่แข่ง, ซอฟต์แวร์หน้าจอบางรุ่นมีอาการหน่วง |
| 5. DEEPAL | 3,806 คัน | Deepal S05, Deepal S07 | ดีไซน์สปอร์ตล้ำอนาคตโดนใจคนรุ่นใหม่, ซอฟต์แวร์ลื่นไหล | เครือข่ายศูนย์บริการตามหัวเมืองรองยังอยู่ในช่วงเร่งขยายตัว |
| 6. CHERY | 2,141 คัน | CHERY V23 | ดีไซน์ทรง Retro-Boxy มีเอกลักษณ์, คล่องตัวสูงสำหรับขับในเมือง | พื้นที่เก็บสัมภาระจำกัด, เครือข่ายบริการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น |
| 7. TESLA | 2,086 คัน | Model 3, Model Y | ระบบจัดการพลังงานยอดเยี่ยม, เครือข่าย Supercharger เสถียรสูง | ไม่มีดีลเลอร์ต่างจังหวัด, บริการหลังการขายเน้นผ่านแอปพลิเคชัน |
| 8. GEELY | 1,987 คัน | GEELY EX2, GEELY EX5 | มาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัยสูง (แชร์เทคโนโลยีร่วมกับ Volvo) | การรับรู้แบรนด์ในวงกว้างยังน้อย, ต้องเร่งขยายศูนย์บริการ |
| 9. GWM | 1,907 คัน | GWM ORA Good Cat | ดีไซน์ Retro Futuristic โดนใจคนเมือง, ระบบ ADAS จัดเต็ม | อัตราการชาร์จ DC Fast Charge จำกัดกว่ารุ่นใหม่, ราคาอะไหล่เฉพาะทางสูง |
| 10. ZEEKR | 1,379 คัน | ZEEKR 7X, ZEEKR 009 | งานประกอบหรูหราระดับพรีเมียม, ช่วงล่างนุ่มนวล, สมรรถนะสูงมาก | ระดับราคาสูง (Niche Market), ค่าบำรุงรักษาและเบี้ยประกันรายปีสูง |
อยากรู้ว่ารถ EV ยี่ห้อไหนดี ลองดู 10 แบรนด์นี้ โดยเรียงลำดับตามข้อมูลสถิติจดทะเบียนสะสมรายรุ่นที่สูงสุดใน Q1 2026 โดย Autolife Thailand
ยังคงเป็นแบรนด์ผู้นำ (Volume Leader) หลักในตลาดไทย โดยในไตรมาสแรกนี้ทำยอดจดทะเบียนจาก 4 รุ่นหลัก รวมกันได้สูงถึง 12,492 คัน (Dolphin 6,050 คัน + Atto3 4,382 คัน + Sealion7 1,259 คัน + Seal 722 คัน + M6/E6 429 คัน)
ข้อดี: เครือข่ายดีลเลอร์ โรงงานประกอบในประเทศ และศูนย์บริการครอบคลุมที่สุด, เทคโนโลยี Blade Battery ได้รับความไว้วางใจด้านความปลอดภัย หาอะไหล่ง่าย
ข้อเสีย: ภาพลักษณ์แบรนด์ได้รับผลกระทบจากมาตรการปรับลดราคาในอดีตมากที่สุด (ส่งผลต่อความรู้สึกของลูกค้าเก่า)
แบรนด์ในเครือ Chery Group ที่สร้างปรากฏการณ์เติบโตเร็วที่สุดแห่งปี โดยส่งมอบรถ 2 รุ่นหลัก ได้รวม 10,240 คัน นำโดยรุ่น JAECOO 5 EV ยอดจดทะเบียน 8,694 คัน และ JAECOO 6 อีก 1,546 คัน
ข้อดี: งานดีไซน์ภายนอกและภายในหรูหราพรีเมียมสไตล์ยุโรป ชูภาพลักษณ์ออฟโรดอัจฉริยะในราคาจับต้องได้ ออปชันและเทคโนโลยีความปลอดภัยให้มาครบครัน
ข้อเสีย: เป็นแบรนด์ใหม่แกะกล่องในไทย ต้องใช้เวลาพิสูจน์ความทนทานของตัวรถระยะยาวและเสถียรภาพของการบริการหลังการขาย
ยอดจดทะเบียนในไตรมาสนี้จาก 5 รุ่นหลักรวม 6,887 คัน (Aion UT 2,431 คัน + Aion Y Plus 1,817 คัน + Aion V 1,653 คัน + Hyptec HT 580 คัน + Aion ES 406 คัน)
ข้อดี: พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายที่สุดในระดับราคาเดียวกัน (โดยเฉพาะทรง MPV/Boxy ในรุ่น Y Plus) ให้เงื่อนไขรับประกันแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนระยะยาวที่ดีเยี่ยม
ข้อเสีย: งานดีไซน์ภายนอกค่อนข้างเฉพาะกลุ่มไม่แมสเท่าคู่แข่ง การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในกลุ่มผู้ซื้อรายย่อยทั่วไปยังเป็นรอง 3 ค่ายแรก
ค่ายรถยนต์ที่มีฐานลูกค้าหนาแน่น ในไตรมาสนี้ กวาดยอดจดทะเบียนจาก 4 รุ่นหลักรวม 6,876 คัน (MG4 3,680 คัน + MG S5 2,507 คัน + MG EP 689 คัน + MG IM6 455 คัน)
ข้อดี: มีฐานศูนย์บริการครอบคลุมกว้างขวาง แพลตฟอร์มการขับขี่และการปรับตั้งช่วงล่าง (โดยเฉพาะระบบขับเคลื่อนล้อหลังใน MG4) ได้รับการยอมรับว่าขับสนุกและเกาะถนนดีเยี่ยม
ข้อเสีย: อัตราการประหยัดพลังงานไฟฟ้ารายกิโลเมตรเฉลี่ย เป็นรองคู่แข่งเจเนอเรชันใหม่ ความลื่นไหลและเสถียรภาพของซอฟต์แวร์หน้าจอกลางบางรุ่นยังมีอาการหน่วง
แบรนด์ในเครือ Changan Automobile ที่เน้นกลุ่ม Mass Premium ทำยอดจดทะเบียนจาก 2 รุ่นยอดนิยมได้รวม 3,806 คัน (Deepal S05 2,526 คัน + Deepal S07 1,280 คัน)
ข้อดี: ดีไซน์โฉบเฉี่ยวแนวสปอร์ตล้ำอนาคต ดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ดี ระบบปฏิบัติการหน้าจอกลางลื่นไหล รองรับฟังก์ชันอัจฉริยะและการสั่งการที่แม่นยำ
ข้อเสีย: เครือข่ายศูนย์บริการตามหัวเมืองรองยังอยู่ในช่วงเร่งขยายตัว ระยะเวลาในการรอคอยชิ้นส่วนอะไหล่ตัวถัง และชิ้นส่วนเฉพาะในบางกรณีค่อนข้างนาน
แบรนด์แม่ที่ส่งรุ่นคลาสสิกทรงกล่องขนาดย่อมเข้ามาเปิดเซกเมนต์ไลฟ์สไตล์อย่าง CHERY V23 ทำยอดจดทะเบียนสะสมในไตรมาสแรกไปได้ 2,141 คัน
ข้อดี: ดีไซน์ตัวรถมีเอกลักษณ์สไตล์ Retro-Boxy โดดเด่นไม่ซ้ำใคร มีความคล่องตัวสูง สำหรับการขับขี่ หาที่จอด และใช้งานในเมืองใหญ่
ข้อเสีย: ขนาดตัวถังและพื้นที่เก็บสัมภาระค่อนข้างจำกัด ไม่ตอบโจทย์การเดินทางไกลแบบครอบครัวใหญ่ เครือข่ายบริการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนา

ผู้นำแบรนด์รถไฟฟ้าหรูระดับโลก ครองแชมป์ในกลุ่ม Premium EV ในไทย โดยในไตรมาสแรกทำยอดจดทะเบียนรวม 2 รุ่นหลักได้ 2,086 คัน (Model 3 1,431 คัน + Model Y 655 คัน)
ข้อดี: ระบบจัดการพลังงานและความประหยัดไฟฟ้า (Efficiency) ยอดเยี่ยมที่สุด เครือข่ายสถานี Supercharger ส่วนตัวมีเสถียรภาพและชาร์จเร็วสูง ระบบซอฟต์แวร์เสถียรล้ำหน้า
ข้อเสีย: ไม่มีโชว์รูมหรือดีลเลอร์กระจายตามต่างจังหวัด ระบบบริการหลังการขายและการเคลมประกันภัยส่วนใหญ่เน้นพึ่งพาช่องทางแอปพลิเคชันและออนไลน์
ค่ายรถยักษ์ใหญ่ที่ส่งโมเดลขนาดกำลังพอดี ดีไซน์เรียบหรู และราคาย่อมเยาเข้ามาบุกตลาด ทำยอดจดทะเบียนจาก 2 รุ่นรวมกันได้ 1,987 คัน (GEELY EX2 1,067 คัน + GEELY EX5 920 คัน)
ข้อดี: มาตรฐานวิศวกรรมโครงสร้าง และระบบความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง แชร์เทคโนโลยีร่วมกับแบรนด์ Volvo แบรนด์รถยนต์หรูสัญชาติสวีเดน บริษัทลูกที่อยู่ภายใต้เครือ Geely Holding Group
ข้อเสีย: การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในตลาดวงกว้างของไทยยังน้อยกว่าค่ายอื่น ต้องเร่งสร้างความมั่นใจเรื่องการขยายศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด EV ยุคแรกในไทย โดยกวาดยอดขายหลักในไตรมาสนี้จากเจ้าเหมียวไฟฟ้าอย่าง GWM ORA GOOD CAT ได้จำนวน 1,907 คัน
ข้อดี: งานดีไซน์แนว Retro Futuristic มีเอกลักษณ์โดนใจกลุ่มผู้หญิงและวัยทำงาน ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ให้มาครบถ้วนตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น
ข้อเสีย: ประสิทธิภาพและอัตราการรับกระแสไฟชาร์จแบบ DC Fast Charge ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับคู่แข่งเจเนอเรชันใหม่ ๆ ราคาอะไหล่ชิ้นส่วนเฉพาะทางค่อนข้างสูง
แบรนด์ Premium Luxury BEV ในเครือ Geely ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มรถหรู ทำยอดจดทะเบียนในไตรมาส 1 จาก 2 รุ่นรวม 1,379 คัน (ZEEKR 7X 758 คัน + ZEEKR 009 621 คัน)
ข้อดี: คุณภาพงานประกอบประณีต วัสดุภายในห้องโดยสารพรีเมียมหรูหราระดับยุโรป ระบบช่วงล่างนุ่มนวลและสมรรถนะแรงม้า/อัตราเร่งสูงมาก นั่งสบายสูงสุด
ข้อเสีย: ระดับราคาตัวรถค่อนข้างสูง (จับกลุ่มตลาดบน/Niche Market) อัตราค่าบำรุงรักษาและค่าเบี้ยประกันภัยรายปีราคาสูงตามเกรดรถยนต์ระดับหรู
เมื่อพูดถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ทุกคนมักจะนึกถึงแบตเตอรี่ขับเคลื่อนก้อนใหญ่ (High-Voltage Battery) ใต้ท้องรถ แต่รู้หรือไม่ว่า สาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าสตาร์ทไม่ติดหรือ "เปิดประตูรถไม่ได้" กลับมาจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า 12V (Low-Voltage Battery) ที่อยู่หน้ารถเสื่อมสภาพ
เนื่องจากแบตเตอรี่ 12V ในรถ EV ทำหน้าที่สำคัญในการจ่ายไฟให้กับระบบอำนวยความสะดวกทั้งหมด เช่น
หากคุณจอดรถ EV ทิ้งไว้นาน หรือขับขี่แค่ระยะสั้น ๆ แบตเตอรี่ 12V จะถูกดึงกระแสไฟออกไปใช้ตลอดเวลาจนเกิดอาการ "ไฟหมด" ส่งผลให้รถไม่สามารถเปิดระบบขับเคลื่อนหลักได้ กลายเป็นปัญหากวนใจของเจ้าของรถ EV

หมดกังวลกับปัญหารถ EV สตาร์ทไม่ติด หน้าจอรวน หรือเปิดประตูไม่ได้ ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์อัจฉริยะ CTEK แบรนด์สวีเดน ที่มี
แม้จะเป็นรถ EV ก็ไม่ควรมองข้ามการดูแลแบตเตอรี่ 12V หากคุณต้องการให้รถ EV พร้อมใช้งานตลอดเวลาโดยไร้ปัญหาจุกจิก อย่าลืมซื้อเครื่องชาร์จ CTEK ติดบ้านไว้ สั่งซื้อเลยตอนนี้!

1 ต.ค. 2569